- สภาวะทำให้อยากได้ = ลุพฺภนฺติ เตนาติ โลโภ (ลง ณ ปัจจัยในกรณสาธนะ)
- สภาวะอยากได้ = ลุพฺภตีติ โลโภ (ลง ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- ความอยากได้ = ลุพฺภนํ โลโภ (ลง ณ ปัจจัยในภาวสาธนะ)]
โส อารมฺมณคหณลกฺขโณ มกฺกฏาเลโป วิย, อภิสงฺครโส ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตมํส-เปสิวิย, อปริจฺจาคปจฺจุปฏฺฐาโน เตลญฺชนราโค วิย, สํโยชนิเยสุธมฺเมสุอสฺสาททสฺสนปทฏฺ-ฐาโน.
“โลภะ มีสภาพยึดเอาอารมณ์ เหมือนลิงติดตัง มีหน้าที่ติดแน่น[ในอารมณ์] เหมือนชิ้นเนื้อที่วางไว้บนกระเบื้องร้อน มีการไม่ยอมปล่อย[อารมณ์]เป็นเครื่องปรากฏ เหมือนการติดย้อมของยาทา ขอบตาที่ชโลมด้วยน้ำมัน มีการเห็นสุขในธรรมที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์เป็นเหตุใกล้”
มุยฺหนฺติ เตน, สยํ วา มุยฺหติ, มุยฺหนมตฺตเมว วา ตนฺติ โมโห.
“โมหะ คือ สภาวะทำให้หลง อีกนัยหนึ่ง โมหะ คือ สภาวะหลง อีกนัยหนึ่ง โมหะ คือ ความหลงนั่นเอง”
[คำว่า โมห มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สภาวะทำให้หลง = มุยฺหนฺติ เตนาติ โมโห (ลง ณ ปัจจัยในกรณสาธนะ)
- สภาวะหลง = มุยฺหตีติ โมโห (ลง ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- ความหลง = มุยฺหนํ โมโห (ลง ณ ปัจจัยในภาวสาธนะ)]
โส จิตฺตสฺส อนฺธภาวลกฺขโณ อญฺญาณลกฺขโณ วา, อสมฺปฏิเวธรโส อารมฺมณ-สภาวจฺฉาทนรโส วา, อนฺธการปจฺจุปฏฺฐาโน, อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาโน.
“โมหะ มีสภาพเป็นความมืดบอดแห่งจิต หรือมีสภาพเป็นปฏิปักษ์ต่อปัญญา มีหน้าที่ไม่แทงตลอดโดยชอบ หรือมีหน้าที่ปิดบังสภาพของอารมณ์