Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 72 | >>
  • สภาวะทำให้อยากได้ = ลุพฺภนฺติ เตนาติ โลโภ (ลง ณ ปัจจัยในกรณสาธนะ)
  • สภาวะอยากได้ = ลุพฺภตีติ โลโภ (ลง ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
  • ความอยากได้ = ลุพฺภนํ โลโภ (ลง ณ ปัจจัยในภาวสาธนะ)]
โส อารมฺมณคหณลกฺขโณ มกฺกฏาเลโป วิย, อภิสงฺครโส ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตมํส-เปสิวิย, อปริจฺจาคปจฺจุปฏฺฐาโน เตลญฺชนราโค วิย, สํโยชนิเยสุธมฺเมสุอสฺสาททสฺสนปทฏฺ-ฐาโน.

“โลภะ มีสภาพยึดเอาอารมณ์ เหมือนลิงติดตัง มีหน้าที่ติดแน่น[ในอารมณ์] เหมือนชิ้นเนื้อที่วางไว้บนกระเบื้องร้อน มีการไม่ยอมปล่อย[อารมณ์]เป็นเครื่องปรากฏ เหมือนการติดย้อมของยาทา ขอบตาที่ชโลมด้วยน้ำมัน มีการเห็นสุขในธรรมที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์เป็นเหตุใกล้”

มุยฺหนฺติ เตน, สยํ วา มุยฺหติ, มุยฺหนมตฺตเมว วา ตนฺติ โมโห.

“โมหะ คือ สภาวะทำให้หลง อีกนัยหนึ่ง โมหะ คือ สภาวะหลง อีกนัยหนึ่ง โมหะ คือ ความหลงนั่นเอง”

[คำว่า โมห มีความหมาย ๓ ประการ คือ

  • สภาวะทำให้หลง = มุยฺหนฺติ เตนาติ โมโห (ลง ณ ปัจจัยในกรณสาธนะ)
  • สภาวะหลง = มุยฺหตีติ โมโห (ลง ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
  • ความหลง = มุยฺหนํ โมโห (ลง ณ ปัจจัยในภาวสาธนะ)]

โส จิตฺตสฺส อนฺธภาวลกฺขโณ อญฺญาณลกฺขโณ วา, อสมฺปฏิเวธรโส อารมฺมณ-สภาวจฺฉาทนรโส วา, อนฺธการปจฺจุปฏฺฐาโน, อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาโน.

“โมหะ มีสภาพเป็นความมืดบอดแห่งจิต หรือมีสภาพเป็นปฏิปักษ์ต่อปัญญา มีหน้าที่ไม่แทงตลอดโดยชอบ หรือมีหน้าที่ปิดบังสภาพของอารมณ์

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka