Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 8 | >>

จิตที่เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบกับปัญญา มีสังขาร ดวงหนึ่ง จิตทั้ง ๘ ดวงนี้ ชื่อว่า กามาวจรกุศลจิต”

๑๒. อุทฺทานโต ทุเว กามา เกฺลสวตฺถุวสา ปน
กิเลโส ฉนฺทราโคว วตฺถุ เตภูมวฏฺฏกํ.

“กามมี๒อ ย่างโดยสังเขป ด้วยประเภทของกิเลสกาม (ความรื่นรมย์) และวัตถุกาม (สิ่งที่เหล่าสัตว์รื่นรมย์) กิเลสกาม คือ ฉันทราคะ (ความเพลิดเพลินยินดี) วัตถุกาม คือ ธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ (โลกิยจิต ๘๑ เจตสิก ๕๒ รูป ๒๘)” [ข้อความนี้นำมาจากคัมภีร์มหานิเทศ (หน้า ๑-๒) ที่แสดงถึงกิเลสกามและวัตถุกาม]

๑๓. กิเลสกาโม กาเมติ วตฺถุ กามียตีติ จ
สิชฺฌติ ทุวิโธเปส กาโม โวการกทฺวเย.

“กิเลสกามย่อมรื่นรมย์ วัตถุกามย่อมถูกกิเลสกามรื่นรมย์ ดังนั้น กามทั้ง๒ย่อม สำเร็จในสาธนะทั้ง ๒”

[คำว่า กาม มีความหมาย ๒ ประการ คือ

  • สภาวะรื่นรมย์ หมายถึง กิเลสกาม = กาเมตีติ กาโม (ลง ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
  • สิ่งที่ถูกรื่นรมย์ หมายถึง วัตถุกาม = กามียตีติ กาโม (ลง ณ ปัจจัยในกรรมสาธนะ) ตามหลักภาษา บทที่ลงกิตก์ปัจจัยเรียกว่า บทกิตก์ มีองค์ประกอบ ๒ ส่วน คือ ธาตุ(รากศัพท์) +ปัจจัย (คำลงท้ายธาตุ) ธาตุเป็นคำแสดงกิริยา ส่วนปัจจัยกล่าวถึงกัตตาหรือกรรมเป็นต้นที่ผู้พูดสื่อถึง ซึ่งเรียกว่า สาธนะ เช่น บทกิตก์ ธาตุ ปัจจัย สาธนะ กตฺตุ (ผู้ทำ) กร (ทำ) ตุ (ผู้)กัตตุสาธนะ กมฺม (สิ่งที่ถูกกระทำ) กร (ทำ) รมฺม (ถูก) กรรมสาธนะ กิริยา (การกระทำ) กร (ทำ) ริริย (การ) ภาวสาธนะ คำที่สื่อถึงผู้ทำกิริยา เรียกว่ากัตตุสาธนะ คำที่สื่อถึงสิ่งที่ถูกกระทำ เรียกว่า กรรมสาธนะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka