ส่วนคำที่สื่อถึงกิริยาอาการ เรียกว่า ภาวสาธนะ]
๑๔. ยสฺมึ ปน ปเทเส โส กาโมยํ ทุวิโธปิ จ
สมฺปตฺตีนํ วเสนาว- จรตีติ จ โส ปน.
๑๕. ปเทโส จตุปายานํ ฉนฺนํ เทวานเมว จ
มนุสฺสานํ วเสเนว เอกาทสวิโธ ปน.
“กามทั้งสองนั้นย่อมเป็นไปโดยเนื่องกับการประชุมกัน[โดยความเป็นอารมณ์และ สิ่งที่รับอารมณ์]ในสถานที่ใด สถานที่นั้นมี๑๑ ประเภท คือ อบายภูมิ๔ม นุษย์โลก ๑ เทว-โลก ๖”
๑๖. กาโมวจรตีเตตฺถ กามาวจรสญฺญิโต
อสฺสาภิลกฺขิตตฺตา หิ สสตฺถาวจโร วิย.
“กิเลสกามและวัตถุกามย่อมหยั่งลงเป็นไปในภูมินี้ เหตุนั้นภูมินั้นชื่อว่า กามาวจร เพราะกามทั้งสองปรากฏชัด[ในภูมิดังกล่าว] เหมือนสถานที่ดำเนินไปของบุรุษผู้มีศาสตรา”
[แม้ธรรมที่เป็นรูปาวจรเป็นต้นจะมีได้ในกามาวจรภูมิแต่ไม่เรียกธรรมเหล่านั้นว่า กามาวจร (สภาพเป็นที่หยั่งลงเป็นไปของกิเลสกามและวัตถุกาม) เพราะกามทั้งสองปรากฏชัดในกามาวจรภูมิ นี้ เหมือนสถานที่ดำเนินไปของบุรุษผู้มีศาสตรา แม้จะมีสัตว์สองเท้าหรือสี่เท้าอยู่บ้างก็เรียกอย่างนั้น เพราะปรากฏชัดด้วยบุรุษผู้มีศาสตรา]
๑๗. สฺวายํ รูปภโว รูปํ เอวํ กาโมติ สญฺญิโต
อุตฺตรสฺส ปทสฺเสว โลปํ กตฺวา อุทีริโต.
“รูปภพเรียกว่ารูปฉันใด กามาวจรก็เรียกว่า กาม โดยกระทำการลบบทหลัง ฉันนั้น”
[คำว่า กามาวจร เรียกสั้นๆ ว่า กาม โดยลบบทหลังคือ อวจร เหมือนคำว่ารูปภว ที่เรียก ว่ารูป โดยลบ ภว ศัพท์ ตามหลักภาษาบทชนิดนี้เรียกว่า อุตตรโลปสมาส คือ สมาสลบบทหลัง]