และเจตสิก ๖ คู่ [มีกายปัสสัทธิเป็นต้น] ย่อมเกิดแน่นอนใน[โสภณ]จิต ๙๑ ดวง ไม่เกิดใน อเหตุกจิตและอกุศลจิต”
๑๐๓. เอกูนาสีติยา จิตฺเต ปญฺญา ชายติ สพฺพทา
อฏฺฐวีสติยา จิตฺเต กรุณามุทิตา สิยุํ.
“ปัญญาย่อมเกิดในจิต ๗๙ ดวงเสมอ กรุณาและมุทิตาย่อมเกิดในจิต ๒๘ ดวง”
[ปัญญาประกอบในจิต ๗๙ ดวง คือ กามาวจรโสภณจิตที่ประกอบกับญาณ ๑๒ ดวง มหัคคต-จิต ๒๗ โลกุตตรจิต ๔๐ กรุณาและมุทิตาในจิต ๒๘ ดวงคือ มหากุศลจิต ๘ มหากิริยาจิต๘ม หัคคตจิต ๑๒ ดวง เว้นปัญจมฌานจิต]
๑๐๔. กามาวจรปุญฺเญสุ สพฺพโลกุตฺตเรสุ จ
จตฺตาลีสวิเธ จิตฺเต สาฏฺฐเก วิรติตฺตยํ.
“วิรตี๓ย่อมเกิดในจิต ๔๘ ดวง คือ กามาวจรกุศลจิต [๘] และโลกุตตรจิต[ ๔ ๐ ] ทั้งหมด”
๑๐๕. สทฺธา สติ หิโรตฺตปฺปํ อโลภาทิตฺตยมฺปิ จ
ยุคฬานิ ฉ มชฺฌตฺตํ กรุณามุทิตาปิ จ.
๑๐๖. ตถา วิรติโย ติสฺโส สพฺเพ เต ปญฺจวีสติ
กุสลาพฺยากตา จาปิ กุสเลน ปกาสิตา.
“เจตสิก ๒๕ ดวงทั้งหมดนั้น คือ ศรัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ, เจตสิก ๓ ดวงมี อโลภะเป็นต้น [อโลภะ อโทสะ อโมหะ], ตัตรมัชฌัตตตา, เจตสิก๖คู่,วิรตี๓, กรุณา และ มุทิตา พระศาสดาผู้ทรงปัญญาตรัสว่าเป็นกุศลและอัพยากฤต”
๑๐๗. อหิรีกมโนตฺตปฺปํ โมโห อุทฺธจฺจเมว จ
ทฺวาทสาปุญฺญจิตฺเตสุ นิยตาเยว ชายเร.