Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 341

เล่ม มมร. 18 หน้า 341 ข้อ 291
สมบูรณ์แห่งทรวดทรง แห่งอวัยวะเหล่านั้น ที่ตั้งอยู่ไม่ดี โดยให้นอนอยู่บน ขาให้นอนแต่ในห้องในเวลาเป็นเด็ก อธิบายว่า แม้ถึงจะถูกประคบประหงมอยู่ อย่างนี้ ก็ยังมีอันแตกกระจัดกระจายไปเป็นธรรมดา กายมีสภาพอย่างนี้. ท่าน กล่าวกายที่ตั้งขึ้นด้วย บทคือ มาตาเปติกสัมภวะ โอทนะ กุมมาสอุปัจยะ อุจฉาทนะ และปริมัททนะ ในคำนั้น. ท่านกล่าวการดับด้วยบทคือ อนิจจะ อุจฉาทนะ เภทนะ วิทธังสนะ ภาวะที่สูงต่ำ ความเจริญ ความเสื่อม ความเกิด และความดับ แห่งกายอันเกิดแต่มหาภูตทั้ง ๔ พึงทราบว่าท่านกล่าวไว้ด้วย บททั้ง ๗ อย่างด้วยประการฉะนี้. บทว่า ทิวา กมฺมนฺเต ได้แก่ การงานที่จะพึงทำในกลางวัน. ธูมศัพท์นี้ในบทว่า ธูมายนา นี้เป็นไปในอรรถเหล่านี้ คือ ความโกรธตัณหา วิตก กามคุณ ๕ ธรรมเทศนา ควันตามปกติ. จริงอยู่ ธูมศัพท์เป็นไปใน ความโกรธ ในคำนี้ว่า ความโกรธเป็นดังควันไฟ โทษของโจรกรรมเป็น ดังเถ้า. เป็นไปในตัณหา ในคำนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายมีตัณหาดังควันไฟ. เป็นไปในวิตก ได้ในคำนี้ว่า สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งนั่งตรึกดังควันไฟในที่ไม่ ไกล พระผู้มีพระภาคเจ้า. เป็นไปในกามคุณ ๕ ได้ในคำนี้ว่า กามเป็นดังเปือกตูม กามเป็นดังทาง อ้อมและเป็นภัย ภัยนั้น เรากล่าวว่ามีมูล ๓ เราประกาศกิเลสเป็นดังธุลี และเป็นดัง ควัน ไฟ ดูก่อนท่านท้าวพรหมทัต ขอ พระองค์โปรดละมันเสียแล้วทรงผนวช. เป็นไปในธรรมเทศนา ได้ในคำนี้ว่า เป็นผู้กระทำธรรมเป็นดังควัน. เป็นไป ในควันตามปกติได้ในคำนี้ว่า ธงเป็นเครื่องหมายของรถ ควันเป็นเครื่องหมาย ของไฟ. แต่ในที่นี้ ธูมศัพท์นี้ ท่านประสงค์เอาว่าเป็นไปในวิตก ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า นี่การหวนควันในกลางคืน. บทว่า ตถาคตสฺ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka