ในการยึดถือธรรมข้อที่สี่ เจตนาที่เป็นส่วนเบื้องต้น ส่วนเบื้องปลายและ
เจตนาที่ให้สำเร็จเรียบร้อยครบทั้งสาม ในบทครบทั้งสิบ ย่อมประกอบด้วย
สุขโดยแท้, พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอาความข้อนั้น จึงได้ตรัสว่า
พร้อมด้วยสุขบ้าง พร้อมด้วยโสมนัสบ้าง แหละก็โสมนัสนั่นเอง ก็พึงทราบ
ว่าสุขในที่นี้."
คำว่า "ติตฺตกาลาพุ" แปลว่า น้ำเต้าขม. คำว่า "เจือด้วยยาพิษ"
ได้แก่ระคน ปน เคล้ากับยาพิษชนิดร้ายแรง. คำว่า "ไม่ ชอบใจ" คือจะ
ไม่ชอบใจ จะไม่ทำความยินดี. คำว่า "จะถึง" คือจะบรรลุ. คำว่า "ไม่พิจารณา
แล้วพึงดื่ม" คือพึงดื่มอย่างไม่พิจารณา. คำว่า "ภาชนะน้ำดื่ม" คือภาชนะ
เต็มปริ่มไปด้วยเครื่องดื่มอร่อยน่าดื่ม. คำว่า "สมบูรณ์ด้วยสี" คือเป็น
ภาชนะประกอบด้วยสีแห่งเครื่องดื่มเป็นต้น ที่คนพูดอย่างนี้ว่า "ภาชนะที่
สมบูรณ์ด้วยเครื่องประสมที่ใส่ไว้แล้ว. คำว่า "จะชอบใจ" ได้แก่ ก็แลยาพิษ
ร้ายแรงนั้น ย่อมเป็นอันใส่ไว้แล้วในเครื่องดื่มใดๆ ย่อมให้รสของเครื่องดื่ม
นั้นๆ แล เพราะเหตุนั้นจึงกล่าวว่าจะชอบใจ. คำว่า "น้ำมูตรเน่า" ก็คือน้ำมูตร
นั่นแหละ. เหมือนอย่างว่า ร่างกายของตนเราต่อให้เป็นสีทอง ก็ยังถูกเรียกว่า
ตายเน่าอยู่นั่นแหละ และเถาอ่อนที่แม้แต่เพิ่งเกิดในวันนั้น ก็ย่อมถูก
เรียกว่า เถาอ่อนอยู่นั่นแหละ ฉันใด; น้ำมูตรอ่อนๆ ที่รองเอาไว้ในทันทีทัน
ใด ก็เป็นน้ำมูตรเน่าอยู่นั่นเองฉันนั้น. คำว่า "ด้วยตัวยาต่างๆ" คือ ด้วยตัวยา
นานาชนิดมีสมอและมะขามป้อมเป็นต้น. คำว่า "จงเป็นสุข" คือจงเป็นผู้มีสุขไร้
โรค มีสีเหมือนทอง.คำว่า "นมส้ม น้ำผึ้ง" คือ นมส้มที่แสนบริสุทธิ์ และน้ำ
ผึ้งที่อร่อยหวาน. คำว่า "เจือเคล้าเข้าด้วยกัน" ได้แก่ ปนระคนเข้าเป็นอัน
เดียวกัน. คำว่า "นั้นแก่เขา" คือ พึงชอบใจแก่เขา ผู้ดื่มเภสัชที่มีรสหวานสี่
อย่าง ก็แล อันใดที่เจือด้วยโรคบาทโรค อันนี้ พึง (ทำให้) ลงแดง ยาของเขา
ทำให้อาหารแข็งกระด้าง ถ่ายไม่ออก. (ฤทธิ์ยาทำให้ท้องผูก ถ่าย