ไม่ออก) ส่วนเลือดที่ประสมกับดี ยาของเขานี้นั้น ลงท้ายก็ทำให้ร่างกายเย็น
ยะเยือก. คำว่า "ลอยไป" คือลอยลงขึ้น คือไม่มีเมฆ หมายความว่า เมฆอยู่
ไกล. คำว่า "ปราศจากวลาหก" คือ เมฆหลีกไปแล้ว. คำว่า "เมื่อเทพ"
ได้แก่ เมื่ออากาศ. คำว่า "ความมืดอยู่ในอากาศ" คือ ความมืดใน
อากาศ. คำว่า "ปรับปวาทของสมณพราหมณ์ส่วนมาก" ได้แก่ วาทะของตน
เหล่าอื่น อันได้แก่สมณพราหมณ์ส่วนใหญ่. คำว่า "เบียดเบียนยิ่ง" ได้
แก่ เข่นฆ่า.คำว่า "ส่อง ส่งแสง และรุ่งเรื่อง" ได้แก่ ตอนกลางวันในฤดู
สารท พระอาทิตย์ย่อมเปล่งแสง คือส่งแสงร้อนจ้า สว่างไสว. ก็แล สูตร
นี้ พวกเทวดารักใคร่ชอบใจเหลือเกิน. ดังมีเรื่องต่อไปนี้:-
เขาเล่ากันมาว่า ทางทิศใต้ ในจังหวัดหัสดิโภค มีวัดบังกูรอยู่ ที่ประตู
โรงอาหารของวัดนั้น มีเทวดาสิงอยู่ที่ต้นบังกูร ตอนกลางคืนได้ฟังภิกษุหนุ่ม
รูปหนึ่งกำลังสรุปพระสูตรนี้ด้วย ทำนองสวดบท จึงให้สาธุการ
ภิกษุหนุ่ม : "นั่นใคร"
เทวดา : "ข้าพเจ้า เป็นเทพสิงอยู่ที่ต้นไม้นี้ครับท่าน"
ภิกษุหนุ่ม : "เทพ ท่านเลื่อมใสในอะไร คือในเสียงหรือในสูตร ?"
เทวดา : "ท่านผู้เจริญ ใครๆ ก็มีเสียงทั้งนั้นแหละ ข้าพเจ้าเลื่อมใส
ในสูตร, ในวันที่พระศาสดาทรงนั่งกลางในพระเชตวัน และในวันนี้ไม่มีความ
แตกต่างแม้แต่พยัญชนะตัวเดียว"
ภิกษุหนุ่ม : "เทพ ในวันที่พระศาสดาตรัสท่านได้ยินหรือ"
เทวดา : " ครับท่าน"
ภิกษุหนุ่ม : "ท่านยืนฟังที่ไหน"
เทวดา : "ท่านครับ ข้าพเจ้าไปพระเชตวัน แต่เมื่อเหล่าเทพผู้บุญ
หนักศักดิ์ใหญ่พากันมา, ข้าพเจ้าเลยหมดโอกาสจึงยืนฟังในที่นี้แหละ"