Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 370

เล่ม มมร. 20 หน้า 370 ข้อ 185
พึงทราบความในธรรมฝ่ายขาวดังต่อไปนี้. บทว่า ปหาตพฺพสฺส พึงละ ความว่า มีข้อที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ควรตรัสเพราะเหตุแห่งโทษเพียง เล็กน้อยที่ควรละนี้ ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสให้เราละ. อธิบายว่า แม้ทราบ พระประสงค์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างนี้แล้ว ก็ควรละมิใช่หรือ. บทว่า อปฺโปสฺสุกฺกา มีความขวนขวายน้อย คือไม่มีความขวนขวายเลย. บทว่า ปนฺนโลมา มีขนตก คือ ไม่มีขนชัน เพราะกลัวจะพึงละโทษเพียงเล็กน้อย นั้น. บทว่า ปรทวุตฺตา คือ มีความเป็นอยู่ด้วยของผู้อื่นให้ อธิบายว่า เลี้ยงชีวิตด้วยของที่ได้จากผู้อื่น. บทว่า มิคภูเตน เจตสา วิหรนฺติ มีใจ เป็นดุจมฤคอยู่ คือ เป็นผู้ตั้งอยู่ในฝ่ายแห่งความไม่หวังอยู่. จริงอยู่มฤคได้รับ การประหารแล้วไม่คิดว่า เราจักไปยังที่อยู่ของมนุษย์แล้วจักได้ยาหรือน้ำมันใส่ แผล ครั้นได้รับการประหารแล้วจึงเข้าไปยังป่าที่มิใช่บ้าน ทำที่ถูกประหารไว้ เบื้องหลังแล้วนอน ครั้นสบายดีก็ลุกไป. มฤคทั้งหลายตั้งอยู่ในฝ่ายแห่งความไม่ หวังอย่างนี้. ท่านกล่าวว่า มิคภูเตน เจตสา วิหนฺติ มีใจเป็นดุจมฤคอยู่หมาย ถึงข้อนี้. บทว่า ตญฺหิ ตสฺส คือการผูกด้วยเชือกนั้น ชื่อว่าเป็นเครื่องผูก บอบบาง เพราะพญาช้างนั้นมีกายใหญ่มีกำลังมาก จึงเป็นเครื่องผูกที่ขาดได้ง่าย ดุจเถาวัลย์หัวด้วนฉะนั้น. บทว่า เตสํ ตํ คือ โทษเพียงเล็กน้อยของภิกษุ เหล่านั้นเป็นโทษที่ละได้ง่าย เพราะกุลบุตรทั้งหลายมีศรัทธามากมีปัญญามาก แม้วัตถุแห่งปาราชิกอันเป็นของใหญ่ก็ละได้ง่าย ดุจเพียงวัตถุแห่งอาบัติทุกกฏ ฉะนั้น. บทว่า ทลิทฺโท คนจน คือ เป็นผู้ประกอบด้วยความขัดสน บทว่า อสฺสโก คือ ไม่มีอะไรเป็นของตน. บทว่า อนาฬฺหิโย คือไม่ใช่คนมั่งคั่ง. บทว่า อคาริกํ มีเรือนหลังเล็ก. บทว่า โอลุคฺควิลคฺคํ มีเครื่องมุง และเครื่องผูกหลุดลุ่ย คือ มีเครื่องมุงบังหลุดจากหลังคาลงมาเกี่ยวอยู่ที่ฝา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka