Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 54

เล่ม มมร. 21 หน้า 54 ข้อ 451
ถ้าสิ่งนี้ มีอันจะต้องทิ้งไปในภายนอกเป็นธรรมดา ไม่หวงแหนไว้ไซร้ เจ้าจง เกลี่ยลงในบาตรของเรานี้. ถามว่า ทำไมพระเถระจึงได้กล่าวอย่างนี้ ไม่เป็นการขอหรือพูด เหมือนขอหรือ. ตอบว่าไม่เป็น. เพระเหตุไร. เพราะเขาสละความหวงแหน แล้ว. จริงอยู่ของใดมีอันจะต้องทิ้งไปเป็นธรรม เขาสละความหวงแหนแล้ว เจ้าของไม่ใยดีในของใด ควรจะกล่าวว่า จงนำของนั้น มาให้ทั้งหมด จงเกลี่ยลง ในบาตรนี้. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล ท่านพระรัฐปาละนี้ เป็นผู้ดำรงอยู่ในอริยวงศ์ อันเลิศอยู่ จึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า หตฺถานํ ได้แก่ มือทั้งสองตั้งแต่ข้อมือ ของพระเถระผู้น้อมบาตรเพื่อรับภิกษา. บทว่า ปาทานํ ได้แก่ เท้าแม้ ทั้งสองทั้งแต่ชายผ้านุ่ง. บทว่า สรสฺส ได้แก่ เสียงที่เปล่งวาจาว่า น้องหญิง ถ้าขอนั้นเป็นต้น. บทว่า นมิตฺตํ อคฺคเหสิ ความว่า นางทาสี เมื่อ พิจารณาดูหลังมือเป็นต้น ก็ยึดคืน จำได้กำหนดอาการที่เคยกำหนดในเวลาที่ ท่านเป็นคฤหัสถ์ว่า หลังมือแลเท้าเหล่านี้ เช่นเดียวกับหลังเต่าทอง นิ้วมือที่ กลมดี เหมือนเกลียวหรดาล เสียงไพเราะเหมือนของรัฐบาลบุตรของเรา. ก็ เมื่อท่านพระรัฐบาลนั้น อยู่ป่าถึง ๑๒ ปี และบริโภคโภชนะคือคำข้าว ผิวพรรณของร่างกาย จึงเห็นเป็นคนอื่นไป. ด้วยเหตุนั้น ทาสีของญาติเห็น เถระนั้น จึงจำไม่ได้ แต่ยังถือนิมิตได้. บทว่า รฏฺปาลสฺส มาตรํ เอตทโวจ ความว่า แม้เหล่านางนม ผู้ทะนุถนอมอวัยวะน้อยใหญ่ของพระเถระให้ดื่มน้ำนม เลี้ยงมาจนเติบโต ก็ไม่อาจพูดกับบุตรนายผู้บวชแล้วถึงความเป็นพระมหา- ขีณาสพ เป็นต้นว่า ท่านเจ้าข้า ท่านหรือหนอ คือรัฐปาละ บุตรของเรา จึงรีบเข้าเรือนกล่าวคำนี้ กะมารดาของรัฐปาละ ศัพท์ว่า ยคฺเฆ เป็นนิบาตลง ในอรรถ ว่าบอกกล่าว. ศัพท์ว่า เช ในคำว่า สเจ เช สจฺจํ นี้ เป็น นิบาต ในอรรถว่าร้องเรียก. จริงอยู่ คนทั้งหลายย่อมร้องเรียกคนที่เป็นทาส
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka