ผู้นั้นเป็นทหาร ไม่ใช่พวกพราหมณ์ ดูก่อน
วาเสฏฐะ อนึ่ง ในหมู่มนุษย์ ผู้ใดเลี้ยง
ชีวิตด้วยการงานของปุโรหิต ท่านจงรู้
อย่างนี้ว่า ผู้นั้นเป็นเจ้าหน้าที่การบูชา
ไม่ใช่พราหมณ์ ดูก่อนวาเสฏฐะ อนึ่ง
ในหมู่มนุษย์ ผู้ใดปกครองบ้านและเมือง
ท่านจงรู้อย่างนี้ว่า ผู้นี้เป็นพระราชาไม่ใช่
พราหมณ์ และเราก็ไม่เรียกบุคคลผู้เกิดใน
กำเนิดไหน ๆ หรือเกิดจากมารดา (เช่น
ใด ๆ ) ว่าเป็นพราหมณ์ บุคคลถึงจะ
เรียกกันว่า ท่านผู้เจริญ ผู้นั้นก็ยังเป็นผู้มี
กิเลสเครื่องกังวลอยู่นั่นเอง เราเรียกบุคคล
ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ผู้ไม่ยึดมั่นนั้นว่า
เป็นพราหมณ์ ผู้ใดแลตัดสังโยชน์ทั้งปวง
ได้แล้วไม่สะดุ้ง เราเรียกผู้นั้นผู้ล่วงกิเลส
เครื่องข้อง ไม่ประกอบด้วยสรรพกิเลส
ว่าเป็นพราหมณ์ เราเรียกบุคคลผู้ตัด
อุปนาหะดังชะเนาะ ตัณหาดังเชือกหนัง
ทิฐิดังเชือกบ่วง พร้อมทั้งทิฏฐานุสัยประดุจ
ปม มีอวิชชาดุจลิ่มสลักถอนขึ้นแล้ว
ผู้ตรัสรู้แล้ว ว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใดไม่
ประทุษร้าย อดกลั้นคำด่า การทุบตีและ
การจองจำได้ เราเรียกผู้มีขันติเป็นกำลัง