Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 410

เล่ม มมร. 21 หน้า 410 ข้อ 707
ดังหมู่พลนั้น ว่าเป็นพราหมณ์ เราเรียก บุคคลผู้ไม่โกรธ ผู้มีองค์ธรรมเป็นเครื่อง กำจัด มีศีล ไม่มีกิเลสดุจฝ้า ฝึกฝนแล้ว มีสรีระตั้งอยู่ในที่สุดนั้น ว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใดไม่ติดในกามทั้งหลาย เหมือนน้ำบน ใบบัว หรือดังเมล็ดพันธุ์ผักกาดบนปลาย เหล็กแหลม เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใดรู้ธรรมเป็นที่สิ้นทุกข์ของตนในภพนี้ เอง เราเรียกผู้ปลงภาระผู้ไม่ประกอบ แล้วนั้น ว่าเป็นพราหมณ์ เราเรียกบุคคล ผู้มีปัญญาอันเป็นไปในอารมณ์อันลึก มี เมธาฉลาดในอุบายอันเป็นทางและมิใช่ทาง บรรลุประโยชน์อันสูงสุด ว่าเป็นพราหมณ์ เราเรียกบุคคลผู้ไม่คลุกคลีด้วยคฤหัสถ์ และบรรพชิตทั้งสองพวก ผู้ไปได้ด้วยไม่มี ความอาลัย ผู้ไม่มีความปรารถนาว่าเป็น พราหมณ์ ผู้ใดวางอาชญาในสัตว์ทั้งหลาย ทั้งเป็นสัตว์ที่หวั่นหวาดและมั่นคงไม่ฆ่า เอง ไม่ใช้ผู้อื่นให้ฆ่า เราเรียกผู้นั้นว่า พราหมณ์ เราเรียกบุคคลผู้ไม่มีพิโรธตอบ ในผู้พิโรธ ดับอาชญาในตนได้ในเมื่อสัตว์ ทั้งหลายมีความถือมั่น ไม่มีความถือมั่น ว่า เป็นพราหมณ์ ผู้ใดทำราคะ โทสะ มานะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka