Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 24 หน้าที่ 337

เล่ม มมร. 24 หน้า 337 ข้อ 240
ความเป็นสมณะ. อันบุคคลปฏิบัติ ไม่ดี ย่อมฉุดเข้าไปในนรก ฉันนั้น. กรรมอันย่อหย่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง วัตรอันใด ที่เศร้าหมอง และพรหมจรรย์ที่ น่ารังเกียจ ทั้งสามอย่างนั้น ไม่มีผลมาก. ตายนเทวบุตร ครั้นได้กล่าวดังนี้แล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำประทักษิณแล้วอันตรธานไปในที่นั้นเอง. [๒๔๐] ครั้งนั้น โดยล่วงราตรีนั้นไป พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลายมาว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ เทวบุตรนามว่าตายนะ ผู้เป็นเจ้าลัทธิแต่เก่าก่อนเมื่อสิ้นราตรีปฐมยาม มีวรรณะงามยิ่งนัก ทำพระวิหาร เชตวันให้สว่าง เข้ามาหาเรา อภิวาทเราแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้าง- หนึ่ง ตายนเทวบุตร กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักของเราว่า ท่านจงพยายามตัดกระแสตัณหา จง บรรเทากามเสียเถิดพราหมณ์. มุนีไม่ละกาม ย่อมเข้าไม่ถึงความที่ จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งได้ ถ้าบุคคลจะพึง ทำความเพียร พึงทำความเพียรนั้นจริง ๆ พึงบากบั่นทำความเพียรนั้นให้มั่น เพราะ ว่าการบรรพชาที่ปฏิบัติย่อหย่อน ยิ่งโปรย โทษดุจธุลี. ความชั่วไม่ทำเสียเลยประเสริฐกว่า ความชั่วย่อมเผาผลาญในภายหลัง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka