Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 64

เล่ม มมร. 25 หน้า 64 ข้อ 490 491
ครั้งนั้นแล ท่านโคธิกะได้เกิดความคิดอย่างนี้ว่า เราได้เสื่อมจาก เจโตวิมุตติอันเป็นโลกีย์ถึง ๖ ครั้งแล้ว ถ้ากระไร เราพึงนำศัสตรามา. [๔๙๐] ลำดับนั้นแล มารผู้มีบาปทราบความปริวิตกแห่งจิตของท่าน โคธิกะด้วยจิตแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ มีเพียรใหญ่ มีปัญญามาก รุ่งเรืองด้วยฤทธิ์และยศ ก้าวล่วงเวรและภัยทั้งปวง ข้าพระองค์ขอ ถวายบังคมพระบาททั้งคู่ ข้าแต่พระองค์ ผู้มีเพียรใหญ่ สาวกของพระองค์อันมรณะ ครอบงำแล้ว ย่อมคิดจำนงหวังความตาย ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรื่อง ขอพระองค์จงห้ามสาวกะองพระองค์นั้น เสียเถิด. ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ปรากฏ ในหมู่ชน สาวกของพระองค์ยินดีในพระ- ศาสนา ยังไม่ได้บรรลุพระอรหัต ยัง เป็นพระเสขะอยู่ ไฉนจะพึงกระทำกาละ เสียเล่า. ก็เวลานั้น ท่านโคธิกะได้นำศัสตรามาแล้ว. [๔๙๑] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า ผู้นี้เป็นมารผู้มีบาป จึงได้ตรัสกะมารผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka