Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 143

เล่ม มมร. 25 หน้า 143 ข้อ 572
แล้วว่า มีความรู้ชอบ มีวัตร ข้อนั้นเป็น ศีลวัตรเก่าแก่ของท่าน เรายังระลึกได้อยู่ ประดุจหลับแล้วตื่นขึ้น ฉะนั้น. พกพรหมทูลว่า พระองค์ทรงทราบอายุนี้ของข้า พระองค์แน่แท้ แม้สิ่งอื่น ๆ พระองค์ก็ทรง ทราบได้ เพราะพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า ฉะนั้น อานุภาพอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ นี้ จึงยังพรหมโลกให้สว่างไสวตั้งอยู่. อรรถกถาพกสูตร ในพกสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า ปาปกํ ทิฏฺิคตํ ได้แก่สัสสตทิฏฐิที่ต่ำทราม. บทว่า อิทํ นิจฺจํ ความว่า พกพรหมกล่าวฐานะแห่งพรหมพร้อมทั้งโอกาสนี้ซึ่งไม่เที่ยงว่า เที่ยง. บทว่า ธุวํ เป็นต้น เป็นไวพจน์ของบทว่า นิจฺจํ นั้นนั่นแหละ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธุวํ ได้แก่มั่นคง. บทว่า สสฺสตํ ได้แก่มีอยู่ ทุกเมื่อ. บทว่า เกวลํ ได้แก่ไม่ขาดสายคือทั้งสิ้น. บทว่า อจวนธมฺมํ ได้ แก่มีความไม่จุติเป็นสภาวะ. ในคำว่า อิทํ หิ น ชายติ เป็นต้น ท่านกล่าว หมายเอาว่า ในฐานะนี้ ไม่มีผู้เกิด ผู้แก่ ผู้ตาย ผู้จุติหรือผู้อุปบัติไร ๆ บทว่า อิโต จ ปนญฺํ ความว่า ชื่อว่าอุบายเป็นเครื่องออกไปอันยิ่งอย่างอื่นจาก ฐานะแห่งพรหมพร้อมทั้งโอกาสนี้ไม่มี. พกพรหมนั้นเกิดสัสสติทิฏฐิอย่างแรง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka