แล้ว ทรงเข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌานแล้ว ทรงเข้าทุติยฌาน ออกจาก
ทุติยฌานแล้ว ทรงเข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว ทรงเข้าจตุตถฌาน
พระผู้มีพระภาคเจ้าออกจากจตุตถฌานแล้ว เสด็จปรินิพพานในลำดับนั้น.
[๖๒๒] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ท้าวสหัมบดีพรหม
ได้กล่าวคาถานี้พร้อมกับกาลเป็นที่ปรินิพพานว่า
สัตว์ทุกหมู่เหล่า จักทอดทิ้งร่างกาย
ไว้ในโลก พระตถาคตผู้ศาสดา ผู้หาบุคคล
เปรียบมิได้ในโลก ถึงแล้วซึ่งกำลังพระ-
ญาณเป็นพระสัมพุทธะเช่นนี้ ยังปรินิพพาน
แล้ว.
[๖๒๓] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่
ของทวยเทพได้กล่าวคาถานี้ พร้อมกับกาลเป็นที่ปรินิพพานว่า
สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ มี
ความเกิดขึ้น และเสื่อมไปเป็นธรรมดา
เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความเข้าไปสงบ
สังขารเหล่านั้นเป็นสุข.
[๖๒๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ท่านพระอานนท์
ได้กล่าวคาถานี้พร้อมกับกาลเป็นที่ปรินิพพานว่า
เมื่อพระสัมพุทธเจ้าผู้ประกอบด้วย
อาการอันประเสริฐทั้งปวงปรินิพพานแล้ว
ความสยดสยอง (และ) ความชูชันแห่งขน
ได้มีแล้วในกาลนั้น.