Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 515

เล่ม มมร. 25 หน้า 515 ข้อ 942
เหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลกเทียว ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อม บุคคลเหล่าใด แม้ข้าพระองค์ก็ขอ นอบน้อมบุคคลเหล่านั้น. [๙๔๒] ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็น ประมุขของเทวดาทั้งหลาย ครั้นตรัสดังนี้ แล้ว ทรงน้อมนมัสการพระภิกษุสงฆ์แล้ว เสด็จขึ้นรถ ฉะนี้แล. จบตติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๒ อรรถกถาตติยสักกนมัสสนสูตร พึงทราบวินิจฉัยในตติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๑๐ ต่อไปนี้ :- บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า เพราะเหตุไร มาตลิสังคาหกเทพบุตร นี้ จึงได้กล่าวอย่างนี้บ่อย ๆ. นัยว่าท้าวสักกะเทวราชมีพระสุรเสียงไพเราะใน เวลาดำรัสช่องพระทนต์สนิท เปล่งพระสุรเสียงดุจเสียงกระดิ่งทอง. มาตลิสัง- คาหกเทพบุตรพูดว่า เราจักได้ฟังพระสุรเสียงนั้นบ่อยๆ. บทว่า ปูติเทหสยา ความว่า ชื่อว่า นอนทับกายเน่าเพราะนอนทับบนร่างกายของมารดาที่เน่า หรือ สรีระของตนเอง. บทว่า นิมฺมุคฺคา กุณปเสฺมเต คือคนเหล่านี้จมอยู่ใน ซากกล่าวคือท้องมารดาตลอด ๑๐ เดือน. บทว่า เอตํ เนสํ ปิหยามิ ได้แก่ เราชอบใจมารยาทของท่านผู้ไม่มีเรือนเหล่านั้น. บทว่า น เตลํ โกฏฺเ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka