Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 321

เล่ม มมร. 26 หน้า 321 ข้อ 244
เพราะเหตุไร. เพราะเมื่อกวฬีการาหารยังมีอยู่ ความยินดีในอาหารนั้นอัน เป็นไปในกามคุณ ๕ ก็เกิดขึ้น. ได้ยินว่า สองสามีภรรยามิได้มีจิตคิดเพ่งเล็ง ตลอด ๑๒ ปี ในเพราะภัยเกิดแต่ติสสะพราหมณ์. เพราะเหตุไร. เพราะ มีอาหารน้อย แต่เมื่อภัยสงบลง เกาะตามพปัณณิทวีป ประมาณ ๑๐๐ โยชน์ได้มีมงคลเป็นอันเดียวกัน โดยมงคลที่เกิดขึ้นแก่ผู้การทำ ดังนั้น เมื่อกำหนดรู้อาหารที่เป็นมูลได้แล้ว ก็เป็นอันชื่อว่าภิกษุกำหนดรู้ราคะ ความยินดีอันเป็นไปในกามคุณ ๕ ด้วย ดังว่ามานี้ ชื่อว่า มูลปริญญา. บทว่า นตฺถิ ตํ สํโยชนํ ความว่า สังโยชน์นั้นไม่มี เพราะ อริยสาวกละธรรมอันมีที่ตั้งเดียวกับธรรมที่ควรละพร้อมทั้งราคะนั้นได้. เทศนานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้จนถึงอนาคามิมรรคด้วยประการฉะนี้. แต่ควรเจริญวิปัสสนาในขันธ์ ๕ ด้วยสามารถแห่งรูปเป็นต้นเหล่านั้น นั่นแล แล้วตรัสจนถึงพระอรหัต ด้วยทรงดำริว่า ก็ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ภิกษุทั้งหลายอย่าได้ถึงความสิ้นสุดเลย. จบอาหารที่ ๑ (กพฬีการาหาร) ในอาหารที่ ๒ (ผัสสาหาร) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า นิจฺจมฺมา ได้แก่หนังที่ถูกถลกจากสรีระทิ้งสิ้นตั้งแต่อกถึง โคนเขา มีสีเหมือนกองดอกทองกวาว ถามว่า ก็เพราะเหตุไร อุปมานี้ ถึงไม่ทรงถือเอาอุปมาด้วยช้างม้าและโคเป็นต้น ทรงถือเอาแต่อุปมาด้วย แม่โคที่ไม่มีหนัง. แก้ว่า เพื่อทรงแสดงภาวะที่ไม่สามารถจะอดกลั้นได้ จริงอยู่ มาตุคามไม่สามารถอดกลั้นอดทนทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นได้. เพื่อจะ ทรงแสดงว่า ผัสสาหารไม่มีกำลัง มีกำลังเพลาเหมือนอย่างนั้น จึงทรงนำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka