Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 322

เล่ม มมร. 26 หน้า 322 ข้อ 244
อุปมามาเทียบเท่านั้น. บทว่า กุฑฺฑํ ได้แก่ ฝา มีฝาศิลาเป็นต้นอย่างใด อย่างหนึ่ง. ชื่อว่าจำพวกสัตว์ที่เกาะฝา ได้แก่ สัตว์มีแมลงมุม ตุ๊กแก และ หนูเป็นต้น. บทว่า รุกฺขนิสฺนิตา ได้แก่ สัตว์เล็ก ๆ มีตังบุ้งเป็นต้น. บทว่า อุทกนิสฺสิตา ได้แก่ สัตว์น้ำมีปลาและจระเข้เป็นต้น. บทว่า อากาส- นิสฺสิตา ได้แก่ เหลือบ ยุง กา และแร้งเป็นต้น. บทว่า ขาเทยฺยุํ ได้แก่ ทิ้งจิกกิน. แม่โคนั้นพิจารณาเห็นที่นั้น ๆ ว่าเป็นภัยแต่การเคี้ยว กินของปาณกสัตว์ ซึ่งมีที่ชุมนุม อาศัยกายเป็นมูล ไม่ได้ปรารถนาสักการะ และความนับถือสำหรับตน ทั้งไม่ปรารถนาการทุบหลัง การนวดร่างกาย และน้ำร้อน. ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน พิจารณาเห็นภัยคือการเคี้ยวกินของ ปาณกสัตว์คือกิเลสอันมีผัสสาหารเป็นมูล ย่อมไม่มีความต้องการด้วยผัสสะ อันเป็นไปในภูมิ ๓. บทว่า ผสฺเส ภิกฺขเว อาหาเร ปริญฺาเต ได้แก่เมื่อกำหนด รู้ด้วยปริญญา ๓. แม้ในที่นี้ท่านก็กำหนดเอาปริญญา ๓. ในปริญญา ๓ เหล่านั้น การเห็นซึ่งกิจของนามรูปพร้อมทั้งปัจจัยตามความเป็นจริงอย่าง นี้ว่า ผัสสะจัดเป็นสังขารขันธ์ เวทนาที่สัมปยุตด้วยผัสสะนั้น จัดเป็น เวทนาขันธ์ สัญญาจัดเป็นสัญญาขันธ์ จิตเป็นวิญญาณขันธ์ อารมณ์ที่ เป็นวัตถุ แห่งขันธ์เหล่านั้น จัดเป็นรูปขันธ์ ชื่อว่า ญาตปริญญา. ใน ปริญญา ๓ เหล่านั้นนั่นแล การที่ภิกษุยกนามรูปขึ้นสู่ไตรลักษณ์แล้ว พิจารณาเห็นโดยเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้นด้วยสามารถแห่งอนุปัสสนา ๗ ชื่อว่า ตีรณปริญญา. ก็พระอรหัตมรรค ที่คร่าฉันทราคะในนามรูปนั้น เองออกไป ชื่อว่า ปหานปริญญา. บทว่า ติสฺโส เวทนา ความว่า เมื่อกำหนดรู้ผัสสาหารด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka