นั้น แต่ไม่มีลืม ความเร่าร้อนย่อมมาก. บทว่า อารกาวสฺส แปลว่า
พึงมีในที่ไกลทีเดียว.
ในคำว่า เอวเมว โข นี้ มีการเปรียบเทียบด้วยอุปมาดังต่อไปนี้
พึงเห็นวัฏฏะที่เป็นไปในภูมิ ๓ เหมือนหลุมถ่านเพลิง ปุถุชนคนโง่ผู้อาศัย
วัฏฏะ เหมือนบุรุษผู้อยากจะเป็นอยู่ กุศลกรรมและอกุศลกรรม เหมือน
บุรุษ ๒ คนผู้มีกำลัง เวลาที่ปุถุชนก่อกรรมทำเข็ญ เหมือนเวลาที่บุรุษ
๒ คน จันบุรุษนั้นที่แขนคนละข้างฉุดมายังหลุมถ่านเพลิง จริงอยู่ กรรม
ที่ปุถุชนคนโง่ก่อกรรมทำเข็ญ ย่อมชักไปหาปฏิสนธิ วัฏทุกข์ที่มีกรรม
เป็นเหตุ พึงทราบเหมือนทุกข์ที่มีหลุมถ่านเพลิงเหตุ.
บทว่า ปริญฺาเต ได้แก่กำหนดรู้ด้วยปริญญา ๓ ก็การประกอบ
ความเรื่องปริญญาในที่นี้ พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในผัสสะนั่นแล.
บทว่า ติสฺโส ตณฺหา ได้แก่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา. ตัณหา
เหล่านี้ ย่อมเป็นอันกำหนดรู้แล้วเหมือนกัน. เพราะเหตุไร. เพราะ
มโนสัญเจตนามีตัณหาเป็นมูล ด้วยว่า เมื่อละเหตุยังไม่ได้ ก็ละผัสสะ
ไม่ได้. ด้วยประการฉะนี้ เป็นอันตรัสเทศนาจนถึงพระอรหัตด้วยอำนาจ
มโนสัญเจตนาหาร.
จบอาหารที่ ๓ (มโนสัญเจตนาหาร)
ในอาหารที่ ๔ (วิญญาณาหาร) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อาคุจารึ ได้แก่ผู้ประพฤติชั่ว คือผู้กระทำผิด. ด้วยบทว่า
กถํ โส ปุริโส พระราชาตรัสถามว่า บุรุษนั้นเป็นอย่างไร คือเลี้ยงชีพ
อย่างไร. บทว่า ตเถว เทว ชีวติ ความว่า แม้ในบัดนี้เขาก็เลี้ยงชีพ
เหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ.