Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 324

เล่ม มมร. 26 หน้า 324 ข้อ 244
นั้น แต่ไม่มีลืม ความเร่าร้อนย่อมมาก. บทว่า อารกาวสฺส แปลว่า พึงมีในที่ไกลทีเดียว. ในคำว่า เอวเมว โข นี้ มีการเปรียบเทียบด้วยอุปมาดังต่อไปนี้ พึงเห็นวัฏฏะที่เป็นไปในภูมิ ๓ เหมือนหลุมถ่านเพลิง ปุถุชนคนโง่ผู้อาศัย วัฏฏะ เหมือนบุรุษผู้อยากจะเป็นอยู่ กุศลกรรมและอกุศลกรรม เหมือน บุรุษ ๒ คนผู้มีกำลัง เวลาที่ปุถุชนก่อกรรมทำเข็ญ เหมือนเวลาที่บุรุษ ๒ คน จันบุรุษนั้นที่แขนคนละข้างฉุดมายังหลุมถ่านเพลิง จริงอยู่ กรรม ที่ปุถุชนคนโง่ก่อกรรมทำเข็ญ ย่อมชักไปหาปฏิสนธิ วัฏทุกข์ที่มีกรรม เป็นเหตุ พึงทราบเหมือนทุกข์ที่มีหลุมถ่านเพลิงเหตุ. บทว่า ปริญฺาเต ได้แก่กำหนดรู้ด้วยปริญญา ๓ ก็การประกอบ ความเรื่องปริญญาในที่นี้ พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในผัสสะนั่นแล. บทว่า ติสฺโส ตณฺหา ได้แก่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา. ตัณหา เหล่านี้ ย่อมเป็นอันกำหนดรู้แล้วเหมือนกัน. เพราะเหตุไร. เพราะ มโนสัญเจตนามีตัณหาเป็นมูล ด้วยว่า เมื่อละเหตุยังไม่ได้ ก็ละผัสสะ ไม่ได้. ด้วยประการฉะนี้ เป็นอันตรัสเทศนาจนถึงพระอรหัตด้วยอำนาจ มโนสัญเจตนาหาร. จบอาหารที่ ๓ (มโนสัญเจตนาหาร) ในอาหารที่ ๔ (วิญญาณาหาร) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อาคุจารึ ได้แก่ผู้ประพฤติชั่ว คือผู้กระทำผิด. ด้วยบทว่า กถํ โส ปุริโส พระราชาตรัสถามว่า บุรุษนั้นเป็นอย่างไร คือเลี้ยงชีพ อย่างไร. บทว่า ตเถว เทว ชีวติ ความว่า แม้ในบัดนี้เขาก็เลี้ยงชีพ เหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka