แก่อุปัฏฐากทั้งหลาย อุปัฏฐากเหล่านั้นก็น้อมนำลาภเข้าไป ถ้าพวกเราพึงรู้
อย่างละหน่อย ๆ จากสิ่งที่พระสมณโคดมรู้ เราพึงใส่ลัทธิของตนใน
คัมภีร์นั้น กล่าวแก่อุปัฏฐากทั้งหลาย ต่อแต่นั้นเราพึงเป็นผู้มีลาภมากกว่า
สาวกเหล่านั้น ใครเล่าจักบวชในสำนักพระสมณโคดมแล้ว สามารถเรียน
ได้ฉับพลันทีเดียว . ปริพาชกเหล่านั้น คิดอย่างนี้แล้ว เห็นว่าสุสิมะเป็น
ผู้ฉลาด จึงเข้าไปหาแล้วกล่าวอย่างนั้น.
บทว่า เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ ถามว่า เพราะเหตุไร
สุสิมปริพาชกจึงเข้าไปหา. ได้ยินว่า สุสิมปริพาชกมีความคิดอย่างนี้ว่า เรา
ไปสำนักใครหนอ จึงจักสามารถได้ธรรมโดยฉับพลัน. แต่นั้น จึงคิดว่า
พระสมณโคดม ผู้มากด้วยอำนาจคือความเคารพ ผู้ประกอบเนือง ๆ ซึ่ง
ความนิยม ใคร ๆ ไม่อาจจะเข้าเฝ้าในเวลาอันไม่สมควร แม้ชนเหล่าอื่น
เป็นอันมากมีกษัตริย์เป็นต้น ย่อมเข้าเฝ้าพระสมณโคดม ในสมัยแม้นั้น
ใครก็ไม่อาจจะเข้าเฝ้าได้ แม้บรรดาพระสาวกของพระองค์ พระสารีบุตร
ผู้มีปัญญามาก ทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะในวิปัสสนาลักขณะ พระมหา-
โมคคัลลานะ ทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะในสมาธิลักขณะ. พระมหากัสสปะ
ทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะฝ่ายทรงไว้ซึ่งธุดงคคุณ พระอนุรุทธ ทรงตั้งไว้
ในเอตทัคคะฝ่ายมีจักษุทิพย์ พระปุณณมันตานีบุตร ทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะ
ฝ่ายพระธรรมกถึก พระอุบาลีเถระ ทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะฝ่ายทรงไว้ซึ่ง
พระวินัย ส่วนพระอานนท์นี้เป็นพหูสูต ทรงพระไตรปิฎก แม้พระศาสดา
ก็ทรงนำเทศนาที่ตรัสแล้วในที่นั้น ๆ มาตรัสแก่พระอานนท์นั้นอีก ทรง
ตั้งไว้ในเอตทัคคะ ๕ ตำแหน่ง ท่านได้พร ๘ ประการ ประกอบด้วยอัจฉริย-
อัพภูตธรรม ๔ ประการ เราเข้าไปหาท่าน จักสามารถได้ธรรมโดยฉับพลัน