Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 782

เล่ม มมร. 26 หน้า 782 ข้อ 722
อรรถกถาเถรนามสูตรที่ ๑๐ ในเถรนามสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. ว่า วณฺณวาที แปลว่า มีปกติกล่าวอานิสงส์. บทว่า ยํ อตีตํ ปหีนํ ความว่า เป็นอันชื่อว่าละความโกรธนั้น ด้วยการละฉันทราคะใน เบญจขันธ์อันเป็นอดีต. บทว่า อนาคตํ ความว่า เบญจขันธ์อันเป็น อนาคตเป็นอันชื่อว่าสลัดเสียได้ ด้วยการสละฉันทราคะในเบญจขันธ์นั้น. บทว่า สพฺพาภิภุํ ความว่า ตั้งครอบงำขันธ์ อายตนะ ธาตุ และภพ ๓ ทั้งหมด. บทว่า สพฺพวิทุํ ได้แก่ รู้แจ้งเบญจขันธ์เป็นต้นซึ่งมีประการ ดังกล่าวแล้วทั้งหมดนั้น. บทว่า สพฺเพสุ ธมฺเมสุ ความว่า อันเครื่อง ฉาบคือตัณหาและทิฏฐิไม่เข้าไปฉาบแล้วในธรรมทั้งปวงนั้นแล. บทว่า สพฺพํ ชหํ ความว่า ละเบญจขันธ์นั้นแลทั้งหมด ด้วยการละฉันทราคะ ในเบญจขันธ์นั้น. บทว่า ตณฺหกฺขเย วิมุตฺตํ ได้แก่น้อมไปในพระ- นิพพาน กล่าวคือธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา คือในวิมุตติซึ่งมีพระ- นิพพานนั้นเป็นอารมณ์. จบอรรถกถาเถรนามสูตรที่ ๑๐ ๑๑. กัปปินสูตร ว่าด้วยเรื่องท่านพระมหากัปปินะ [๗๒๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :- สมัยหนึ่ง พระผู้นี้พระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka