Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 783

เล่ม มมร. 26 หน้า 783 ข้อ 723 724
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระมหา กัปปินะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ. [๗๒๓] พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทอดพระเนตรเห็นท่าน พระมหากัปปินะผู้มาแต่ไกล แล้วจึงเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นภิกษุที่กำลังมานั่นหรือไม่ เป็นผู้ขาว โปร่ง จมูกโด่ง. ภิกษุทั้งหลายกราบพูดว่า เห็น พระเจ้าข้า. พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นแลมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก แต่เธอไม่ได้สมาบัติที่เธอไม่เคยเข้าง่ายนัก เธอกระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่ง พรหมจรรย์อันยอดเยี่ยมซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต โดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่. [๗๒๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยา- กรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ในชุมนุมที่ยังรังเกียจกันด้วยโคตร กษัตริย์เป็น ผู้ประเสริฐที่สุดในเทวดาและมนุษย์ ผู้ที่สมบูรณ์ด้วย วิชชาและจรณะ เป็นผู้ประเสริฐที่สุด พระอาทิตย์ ย่อมแผดแสงในกลางวัน พระจันทร์ส่องสว่างใน กลางคืน กษัตริย์ผู้ผูกสอดเครื่องรบย่อมมีสง่า พราหมณ์ผู้เพ่งฌาน ย่อมรุ่งเรือง ส่วนพระพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยเดชานุภาพตลอดวันและคืนทั้งหมด ดังนี้. จบกัปปินสูตรที่ ๑๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka