Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 61

เล่ม มมร. 27 หน้า 61 ข้อ 54 55
เป็นมูลของตัณหา. บทว่า อพฺพุยฺห ได้แก่ ถอนตัณหานั้นพร้อมทั้งราก ด้วยอรหัตตมรรค. บทว่า นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโต ความว่า ผู้ออกจากตัณหา จะเรียกว่า ผู้ปรินิพพานแล้ว ก็ควรแล. จบ อรรถกถาภารสูตรที่ ๑ ๒. ปริญญาสูตร ว่าด้วยธรรมที่ควรกำหนดรู้และความกำหนดรู้ [๕๔] กรุงสาวัตถีฯ ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรกำหนดรู้และความกำหนดรู้ เธอทั้งหลายจงฟัง ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็ธรรมที่ควรกำหนดรู้เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณ เป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่าธรรมที่ ควรกำหนดรู้. [๕๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความกำหนดรู้เป็นไฉน คือ ความสิ้นไปแห่งราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งโมหะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าความกำหนดรู้. จบ ปริญญาสูตรที่ ๒ อรรถกถาปริญญาสูตรที่ ๒ ในปริญญาสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ปริญฺเยฺเย แปลว่า พึงกำหนดรู้ อธิบายว่า พึงก้าวล่วง ด้วยดี. บทว่า ปริญฺํ ได้แก่กำหนดรู้ล่วงส่วน อธิบายว่า ก้าวล่วงด้วยดี.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka