เป็นมูลของตัณหา. บทว่า อพฺพุยฺห ได้แก่ ถอนตัณหานั้นพร้อมทั้งราก
ด้วยอรหัตตมรรค. บทว่า นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโต ความว่า ผู้ออกจากตัณหา
จะเรียกว่า ผู้ปรินิพพานแล้ว ก็ควรแล.
จบ อรรถกถาภารสูตรที่ ๑
๒. ปริญญาสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ควรกำหนดรู้และความกำหนดรู้
[๕๔] กรุงสาวัตถีฯ ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราจักแสดงธรรมที่ควรกำหนดรู้และความกำหนดรู้ เธอทั้งหลายจงฟัง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็ธรรมที่ควรกำหนดรู้เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
รูปเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณ
เป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่าธรรมที่
ควรกำหนดรู้.
[๕๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความกำหนดรู้เป็นไฉน คือ
ความสิ้นไปแห่งราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งโมหะ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าความกำหนดรู้.
จบ ปริญญาสูตรที่ ๒
อรรถกถาปริญญาสูตรที่ ๒
ในปริญญาสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ปริญฺเยฺเย แปลว่า พึงกำหนดรู้ อธิบายว่า พึงก้าวล่วง
ด้วยดี. บทว่า ปริญฺํ ได้แก่กำหนดรู้ล่วงส่วน อธิบายว่า ก้าวล่วงด้วยดี.