ท่านบอกอย่างอื่น บอกพระนิพพานนั่นแหละ ที่เป็นทัสสนวิสุทธิ ตาม
มรรคที่ตนได้บรรลุแล้ว. อนึ่งแม้ผู้เห็นทองกวาว ในเวลามันมีสีแดงเกิด
มานาน มีใบดกหนา การเห็นนั้น ก็เป็นของจริง เป็นของแท้ไม่ใช่เห็น
อย่างอื่น เห็นทองกวาวนั่นแหละฉันใด พระขีณาสพแม้ผู้ได้บรรลุทัสสน-
วิสุทธิ ด้วยอำนาจอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ ด้วยอำนาจมหาภูตรูป ๔ ( หรือ )
ด้วยอำนาจธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทัสสนะเป็นของจริง
เป็นของแท้ ท่านไม่ได้บอกสิ่งอื่น บอกนิพพานนั่นแหละ ที่เป็นทัสสน-
วิสุทธิ ตามมรรคที่ตนได้บรรลุ.
ถามว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงเริ่มคำนี้ไว้ว่า
เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ รญฺโ ปจฺจนฺติมํ นครํ.
ตอบว่า เพราะถ้าภิกษุนั้น เข้าใจคำนั้นได้แล้ว ตอนนั้น๑ พระผู้มี-
พระภาคเจ้า จะได้เริ่มพระธรรมเทศนา ถ้าไม่เข้าใจ พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงได้ทรงเริ่มเพื่อต้องการจะแสดง คือเพื่อต้องการขยายความนั้นแล๒ แก่
ภิกษุนั้น ด้วยข้ออุปมา ด้วยนครนี้.
ในข้ออุปมานั้น เพราะเหตุที่นครในมัชฌิมประเทศ๓สิ่งล้อมรอบ
ทั้งหลายมีกำแพงเป็นต้น มั่นคงบ้าง ไม่มั่นคงบ้าง๔หรือว่าไม่มั่นคงโดย
ประการทั้งปวง ความหวาดระแวงโจรย่อมไม่มี. ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงตรัสว่า ปจฺจนฺติมํ นครํ ดังนี้ โดยมิได้มุ่งหมายเอานครในมัชฌิม-
ประเทศนั้น.
๑. ปาฐะว่า อตฺถสฺส ฉบับพม่าเป็น อถลฺส แปลตามฉบับพม่า
๒. ปาฐะว่า ตสฺเสว วตฺถุสฺส ฉบับพม่าเป็น ตสฺเสวตฺถสฺส แปลตามฉบับพม่า.
๓. ปาฐะว่า มชิฌิมปเทเสน ฉบับพม่าเป็น มชฺฌิมปเทเส แปลตามฉบับพม่า.
๔. ปาฐะว่า โหนฺติ ฉบับพม่าเป็นโหนฺตุ แปลตามฉบับพม่า.