Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 5

เล่ม มมร. 29 หน้า 5 ข้อ 364
เวทนาซึ่งมีอยู่ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีปัญญา ประดุจปฐพีทรงแสดงแล้ว ย่อมไม่หลุดพ้นไป จากทุกข์เลย เพราะเหตุที่ภิกษุผู้มีความเพียร ละทิ้งเสียได้ด้วยสัมปชัญญะ เธอชื่อว่าเป็น บัณฑิตย่อมกำหนดรู้เวทนาทั้งปวง ครั้นกำหนด รู้เวทนาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมิได้ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในธรรมถึงที่สุดเวท เมื่อตายไป ย่อมไม่ เข้าถึงความนับว่า เป็นผู้กำหนัด ขัดเคือง เป็น ผู้หลง ดังนี้. จบ ปหานสูตรที่ ๓ อรรถกถาปหานสูตรที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยในปหานสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้. บทว่า อจฺเฉชฺช ตยฺหํ ความว่า ตัดตัณหาแม้ทั้งปวงได้เด็ดขาด แล้ว. บทว่า นิวตฺตยิ สญฺโชนํ ความว่า เพิกถอนสังโยชน์ทั้ง ๑๐ อย่างได้แล้ว คือได้ทำให้หมดมูล. บทว่า สมฺมา คือโดยเหตุ คือโดยการณ์. บทว่า มานาภิสมยา ความว่า เพราะเห็นและละมานะเสียได้ ด้วยว่า อรหัตตมรรค ย่อมเห็นซึ่งมานะด้วยสามารถแห่งกิจ. นี้จัดเป็นการละมานะ นั้นด้วยทัสสนะ. ส่วนมานะนั้นอันอรหัตมรรคนั้นเห็นแล้ว ย่อมละได้ ทันทีเหมือนชีวิตของสัตว์อันบุคคลเห็นละได้ด้วยสามารถทิฏฐิฉะนั้น.นี้ จัด เป็นการละมานะนั้นด้วยปหานะ. บทว่า อนฺตมาสิ ทุกฺขสฺส ท่านอธิบาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka