Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 162

เล่ม มมร. 29 หน้า 162 ข้อ 576
อรรถกถาโคทัตตสูตรที่ ๗ พึงทราบวินิจฉัยในโคทัตตสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้. บทว่า นานตฺถา เจว นานาพฺยญฺชนา จ คือแม้พยัญชนะแห่ง ธรรมเหล่านั้นต่างกัน แม้อรรถก็ต่างกัน. บรรดาบทเหล่านั้นธรรมชื่อว่า ปรากฏ เพราะพยัญชนะต่างกัน. ส่วนอรรถ อัปปมาณาเจโตวิมุตติ โดยภูมิ เป็นมหัคคตะ เป็นรูปาวจร โดยอารมณ์มีสัตวบัญญติ เป็นอารมณ์ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ โดยภูมิเป็นมหัคคตะ เป็นอรูปาวจร โดยอารมณ์ มีอารมณ์ไม่พึงกล่าวฐคือบัญญัติ )สุญญตาเจโตวิมุตติโดยภูมิเป็นกามาวจร โดยอารมณ์มีสังขารเป็นอารมณ์ ส่วนวิปัสสนา ท่านประสงค์ว่า สุญญตา ในที่นี้. อนิมิตตาเจโตวิมุตติ โดยภูมิ เป็นโลกุตตระ โดยอารมณ์ มีนิพพานเป็นอารมณ์. ในบทเป็นอาทิว่า ราโค โข ภนฺเต ปมาณกรโณ ชื่อว่าน้ำ ในเกวียนมีใบไม้เน่ามีสีดำอยู่ที่เชิงเขา เมื่อมองดูย่อมปรากฏ เหมือนน้ำลึก ร้อยวา เมื่อถือเอาไม้หรือเชือกวัด น้ำเพียงท่วมหลังเท้าก็ไม่ได้ฉันใด. ตลอดเวลาที่ราคะเป็นต้นยังไม่เกิดขึ้นใครๆ ย่อมไม่สามารถจะรู้จักบุคคลได้ เขาย่อมปรากฏ คล้ายโสดาบัน คล้ายสกทาคามี คล้ายอนาคามี แต่เมื่อใด ราคะเป็นต้นเกิดขึ้นแก่เขา เมื่อนั้น เขาปรากฏว่า กำหนัด ขัดเคือง ลุ่มหลง ฉันนั้นเหมือนกัน. ชื่อว่าการทำประมาณเหล่านั้น ท่านกล่าวว่า เมื่อแสดง ประมาณแก่บุคคลว่า บุคคลนี้มีประมาณเท่านี้ ย่อมเกิดขึ้น. บทว่า ยาวตา โข ภนฺเต อปฺปมาณา เจโตวิมุตติ โดยความว่าอัปปมาณาเจโตวิมุตติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka