Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 255

เล่ม มมร. 30 หน้า 255 ข้อ 495
สัมโพชฌงค์ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้ ย่อมถึงความ เจริญบริบูรณ์. [๔๙๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด อริยสาวกตั้งใจ ใส่ใจ รวม ไว้ด้วยใจทั้งหมด เงี่ยโสตลงฟังธรรม สมัยนั้น นิวรณ์ ๕ ย่อมไม่มีแก่เธอ โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์. จบนีวรณาวรณสูตรที่ ๘ อรรถกถานีวรณาวรณสูตร พึงทราบวินิจฉัยในนีวรณาวรณสูตรที่ ๘. บทว่า ปญฺจสฺส นีวรณา ตสฺสึ สมเย น โหนฺติ สตฺต โพชฺฌงฺคา ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ความว่า นิวรณ์ ๕ อย่างของพระอริยสาวก ผู้ฟังอยู่ซึ่งธรรมเป็นที่สบาย ย่อมอยู่ในที่ไกล ถ้าพระอริยสาวกนั้นสามารถเพื่อยังคุณวิเศษให้เกิดในที่นั้นได้ โพชฌงค์ ๗ ของพระอริยสาวกนั้น ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์อย่างนี้. ถ้าไม่สามารถ แต่นั้นท่านไปยังที่พักกลางคืนและที่พักกลางวัน เมื่อยังไม่ละปีตินั้นเสีย ข่ม นิวรณ์ ๕ ได้แล้ว จักยังคุณวิเศษให้เกิดได้. ข้อนั้นท่านกล่าวหมายถึงข้อนี้ว่า แม้เมื่อไม่สามารถอยู่ในที่นั้นได้ เมื่อยังไม่ละปีตินั้น จนถึงภายใน ๗ วัน ข่มนิวรณ์ได้แล้ว จักยังคุณวิเศษให้เกิดได้ ดังนี้. ความจริง โพชฌงค์ที่เธอ ได้แล้ว ซึ่งเป็นฝ่ายปีติและปราโมทย์คราวเดียวด้วยการฟังธรรม ย่อมเสื่อมไป เพราะอาศัยความเป็นผู้ยินดีในการงานเป็นต้น. แต่เมื่อได้อุตุสัปปายะเป็นต้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka