Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 256

เล่ม มมร. 30 หน้า 256 ข้อ 496 497 498
เห็นปานนั้น ก็เกิดขึ้นอีก ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ในสมัยนั้น เขากล่าวไว้ อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้แล จบอรรถกถานีวรณาวรณสูตรที่ ๘ ๙. รุกขสูตร ธรรมเป็นเครื่องกั้น ๕ อย่าง [๔๙๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้ใหญ่ มีพืชน้อย มีลำต้นใหญ่ งอกคลุมต้นไม้ทั้งหลาย เป็นเหตุทำต้นไม้ที่มันงอกคลุมแล้ว ให้ล้มหัก กระจัดกระจายวิบัติไป. [๔๙๗] ก็ต้นไม้ใหญ่เหล่านั้น ที่มีพืชน้อย มีลำต้นใหญ่งอกคลุม ต้นไม้ทั้งหลาย เป็นเหตุทำต้นไม้ที่มันงอกคลุมแล้ว ให้ล้มหักกระจัดกระจาย วิบัติไปเป็นไฉน. คือ ต้นโพธิ ต้นนิโครธ ต้นมิลักขุ* ต้นมะเดื่อ ต้นไทร ต้นมะขวิด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้แล ที่มีพืชน้อย มีลำต้น ใหญ่ งอกคลุมต้นไม้ทั้งหลาย เป็นเหตุทำต้นไม้ที่มันงอกคลุมแล้ว ให้ล้ม หักกระจัดกระจายวิบัติไป. [๔๙๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน กุลบุตรบางคนใน โลกนี้ ละกามเช่นใดแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต กลบุตรนั้นย่อมเป็นผู้ เสียหายวิบัติไปด้วยกามเช่นนั้น หรือที่เลวกว่านั้น. * พม่าเป็น ปีลกโข เเปลว่า ต้นเลียบ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka