Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 48

เล่ม มมร. 31 หน้า 48 ข้อ 924 925 926
เหล่านั้น เราไม่นับว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่ พราหมณ์เพราะท่านเหล่านั้น ไม่กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะ หรือของความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ [๙๒๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่า หนึ่งรู้ชัดซึ่งสุขินทรีย์ ความเกิดแห่งสุขินทรีย์ ความดับแห่งสุขินทรีย์ และ ปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งสุขินทรีย์ รู้ชัดซึ่งทุกขินทรีย์...โสมนัสสินทรีย์ .... โทมนัสสินทรีย์... อุเบกขินทรีย์ ความเกิดแห่งอุเบกขินทรีย์ ความดับ แห่งอุเบกขินทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งอุเบกขินทรีย์ สมณะหรือ พราหมณ์เหล่านั้น เรานับว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่ พราหมณ์ เพราะท่านเหล่านั้น กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะ และของความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่. จบทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๕ ๖. ปฐมวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกอินทรีย์ [๙๒๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็น ไฉน คือ สุขินทรีย์... อุเบกขินทรีย์. [๙๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สุขินทรีย์เป็นไฉน ความสุขทางกาย ความสำราญทางกาย เวทนาอันเป็นสุขสำราญเกิดแต่กายสัมผัส นี้เรียกว่า สุขินทรีย์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka