Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 141

เล่ม มมร. 32 หน้า 141 ข้อ 71
อรรถกถาสูตรที่ ๙ ในสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า สมฺปชญฺํ ได้แก่ ความรู้ตัว. บทว่า สมฺปชญฺํ นี้เป็น ชื่อแห่งปัญญา. บทว่า สมฺปชานสฺส ได้แก่ผู้รู้ตัวอยู่. จบ อรรถกถาสูตรที่ ๙ อรรถกถาสูตรที่ ๑๐ ในสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า ปาปมิตฺตตา ความว่า มิตรชั่ว คือลามก มีอยู่แก่ผู้ใด ผู้นั้นชื่อว่ามีมิตรชั่ว. ความมีมิตรชั่ว ชื่อว่า ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว. คำว่า ปาปมิตตตา นี้ เป็นชื่อของขันธ์ ๔ ที่เป็นไปโดยอาการนั้น. สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในบรรดา ธรรมเหล่านั้น ความเป็นผู้มีมิตรชั่วเป็นไฉน ? บุคคลเหล่าใด เป็น ผู้ไม่มีศรัทธา เป็นผู้ทุศีล เป็นผู้มีสุขน้อย เป็นผู้ตระหนี่ เป็นผู้มี ปัญญาทราม การเสพ การอาศัยเสพ การส้องเสพ การคบหา การสมคบ ความภักดี ความจงรัก บุคคลเหล่านั้น ความมีบุคคลเหล่านั้น เป็นเพื่อนนี้ เรียกว่า ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว. จบ อรรถกถาสูตรที่ ๑๐ จบ อรรถกถาวิริยาภัมภาทิวรรคที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka