ความแตกแห่งขันธ์. บทว่า โสเกหิ ได้แก่ จากความโศกซึ่งมีลักษณะ
เกรียมภายใน. บทว่า ปริเทเวหิ ได้แก่ จากความคร่ำครวญซึ่งมีลักษณะ
รำพันอาศัยความโศกนั้น. บทว่า ทุกฺเขหิ ได้แก่จากทุกข์ที่บีบคั้นกาย.
บทว่า โทมนสฺเสหิ ได้แก่จากโทมนัสที่บีบคั้นใจ. บทว่า อุปายาเสหิ
ได้แก่ จากความคับแค้นซึ่งมีลักษณะคับใจอย่างยิ่ง. บทว่า ทุกฺขสฺมา
ได้แก่จากทุกข์ในวัฏฏะทั้งสิ้น. บทว่า ปชหติ ได้แก่ ย่อมละได้ด้วยมรรค.
ในบทว่า ปหาย นี้ ตรัสขณะแห่งผล. ในสูตรนี้ ตรัสทั้งวัฏฏะและ
วิวัฏฏะ.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๖
สูตรที่ ๗
ว่าด้วยธรรมฝ่ายดำ ๒ อย่าง
[๒๕๓] ๗. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมฝ่ายดำ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่าง
เป็นไฉน คือ อหิริกะ ๑ อโนตตัปปะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม
ฝ่ายดำ ๒ อย่างนี้แล.
จบสูตรที่ ๗
อรรถกถาสูตรที่ ๗
ในสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า กณฺหา ความว่า มิใช่เป็นธรรมฝ่ายดำ เพราะมีสีดำ แต่
น้อมไป เพื่อความเป็นธรรมดำ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็นธรรมฝ่ายดำ
เพราะเป็นธรรมฝ่ายดำโดยผลสำเร็จ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อว่าโดยกิจคือหน้าที่