Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 303

เล่ม มมร. 33 หน้า 303 ข้อ 254
ของตน อกุศลธรรมทั้งหมดเป็นธรรมฝ่ายดำทั้งนั้น. ด้วยว่า จิตย่อม ผ่องใสไม่ได้ เพราะอกุศลธรรมเหล่านั้นเกิดขึ้น. บทว่า อหิริกํ แปลว่า ไม่มีความละอาย. บทว่า อโนตฺตปฺปํ แปลว่า ไม่มีความเกรงกลัว. จบอรรถกถาสูตรที่ ๗ สูตรที่ ๘ ว่าด้วยธรรมฝ่ายขาว ๒ อย่าง [๒๕๔] ๘. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมฝ่ายขาว ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ฝ่ายขาว ๒ อย่างนี้แล. จบสูตรที่ ๘ อรรถกถาสูตรที่ ๘ ในสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า สุกฺกา ความว่า มิใช่เป็นธรรมฝ่ายขาว เพราะมีสีขาว แต่น้อมไปเพื่อเป็นธรรมฝ่ายขาว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าธรรมฝ่ายขาว เพราะเป็นธรรมฝ่ายขาวโดยผลสำเร็จ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อว่าโดยกิจคือหน้าที่ ของตน กุศลธรรมทั้งหมด เป็นธรรมฝ่ายขาวทั้งนั้น. ด้วยว่า จิตย่อม ผ่องใส เพราะกุศลธรรมเหล่านั้นเกิดขึ้น. ในคำว่า หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ นี้ หิริมีลักษณะรังเกียจบาป โอตตัปปะมีลักษณะกลัวบาป. อนึ่ง คำที่ควร จะกล่าวโดยพิสดารในที่นี้นั้น ได้กล่าวไว้แล้วในคัมภีร์สุทธิมรรคทั้งนั้น. จบอรรถกถาสูตรที่ ๘
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka