Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 353

เล่ม มมร. 33 หน้า 353 ข้อ 275 276
สูตรที่ ๙๑ ว่าด้วยธรรม ๒ อย่างที่เป็นไปในส่วนแห่งวิชชา [๒๗๕] ๒๙. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างเป็นไปในส่วน แห่งวิชชา ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สมถะ ๑ วิปัสสนา ๑ ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย สมถะที่ภิกษุเจริญแล้ว ย่อมเสวยประโยชน์อะไร ย่อม อมรมจิต จิตที่อบรมแล้ว ย่อมเสวยประโยชน์อะไร ย่อมละราคะได้ วิปัสสนาที่อบรมแล้ว ย่อมเสวยประโยชน์อะไร ย่อมอบรมปัญญา ปัญญา ที่อบรมแล้ว ย่อมเสวยประโยชน์อะไร ย่อมละวิชชาได้. จบสูตรที่ ๙ สูตรที่ ๑๐ [๒๗๖] ๓๐. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตที่เศร้าหมองด้วยราคะ ย่อมไม่หลุดพ้น หรือปัญญาที่เศร้าหมองด้วยอวิชชา ย่อมไม่เจริญ ด้วย ประการฉะนั้นแล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะสำรอกราคะได้ จึงชื่อว่า เจโตวิมุตติ เพราะสำรอกอวิชชาได้ จึงชื่อว่าปัญญาวิมุตติ. จบสูตรที่ ๑๐ จบพาลวรรคที่ ๓ อรรถกถาสูตรที่ ๑๑๒ ในสูตรที่ ๑๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า วิชฺชาภาคิยา แปลว่า เป็นไปในส่วนวิชชา. บทว่า สมโถ ๑. สูตรที่ ๙-๑๐ มีเนื้อความติดต่อกัน ควรจะรวมไว้ในสูตรเดียวกัน แต่บาลีแยกเป็น ๒ สูตร อรรถกถารวมไว้เป็นสูตรเดียวกัน คือสูตรที่ ๑๑. ๒. บาลีข้อ ๒๗๕-๒๗๖.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka