Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 34 หน้าที่ 99

เล่ม มมร. 34 หน้า 99 ข้อ 469
เคี้ยวนั้น) ก็ตกเกลื่อนไป ฉันใด บุคคลลางคนในโลกนี้ ไปวัดเพื่อฟังธรรม ในสำนักภิกษุทั้งหลายเนือง ๆ ฯลฯ ลุกจากที่นั่งนั้น แล้วไม่ใส่ใจ ... ฉันนั้น นี่ ภิกษุทั้งหลาย เราเรียกว่า บุคคลปัญญาดังหน้าตัก ก็แล บุคคลปัญญามากเป็นอย่างไร. บุคคลลางคนในโลกนี้ ไปวัดเพื่อ ฟังธรรมในสำนักภิกษุทั้งหลายเนือง ๆ ฯลฯ เขานั่ง ณ ที่นั่งนั้น ใส่ใจทั้ง เบื้องต้น ... ทั้งท่ามกลาง ... ทั้งที่สุดแห่ง (ธรรม) กถานั้น แม้ลุกไปจาก ที่นั่งนั้นแล้ว ก็ใส่ใจไว้ทั้งเบื้องต้น ... ทั้งท่ามกลาง ... ทั้งที่สุดแห่ง (ธรรม) กถานั้น เปรียบเหมือนหม้อหงาย น้ำที่บุคคลเทลงไปในหม้อนั้น ย่อมขังอยู่ ไม่ไหลไป ฉันใด บุคคลลางคนในโลกนี้ ไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักภิกษุ ทั้งหลายเนือง ๆ ฯลฯ ทั้งที่สุดแห่ง (ธรรม) กถานั้น ฉันนั้น นี่ ภิกษุ ทั้งหลาย เราเรียกว่า บุคคลปัญญามาก นี้แล ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ มีอยู่ในโลก. คนปัญญาดังหม้อคว่ำ โง่ ทึบ แม้ หากไป (ฟังธรรม) ในสำนักภิกษุทั้งหลาย เนือง ๆ คนชนิดนั้น ก็ไม่อาจเรียนเอา เบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดแห่ง (ธรรม) กถาได้ เพราะปัญญาของเขาไม่มี. คนปัญญาดังหน้าตัก เรากล่าวว่า ดีกว่าคนปัญญาดังหม้อคว่ำนั่น ถ้าแม้ไป (ฟังธรรม) ในสำนักภิกษุทั้งหลายเนืองๆ คนเช่นนั้นนั่ง ณ ที่นั่งนั้น เรียนพยัญชนะ ได้ทั้งเบื้องต้น ทั้งท่ามกลาง ทั้งที่สุดแห่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka