Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 163

เล่ม มมร. 35 หน้า 163 ข้อ 45
ภิกษุผู้หนักในความโกรธและความ ลบหลู่ท่าน หนักในลาภและสักการะ ย่อม ไม่งอกงามในพระสัทธรรม ดุจพืชที่หว่าน ในนาเลวฉะนั้น. ส่วนภิกษุเหล่าใดหนักในพระสัท- ธรรมแล้ว และกำลังหนักในพระสัทธรรม อยู่ ภิกษุเหล่านั้นย่อมงอกงามในธรรม ดุจสมุนไพรได้ปุ๋ยฉะนั้น. จบทุติยโกธสูตรที่ ๔ ในทุติยโกธสูตรที่ ๔ บทว่า โกธครุตา แปลว่า ความเป็นผู้หนัก อยู่ในความโกรธ. ในบททั้งปวงก็นัยนี้นี่แล. ๕. ปฐมโรหิตัสสสูตร ว่าด้วยโรหิตัสสเทวบุตรทูลถามปัญหา [๔๕] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชต- วัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น เมื่อราตรีล่วง (ปฐมยาม) แล้ว เทวบุตรชื่อโรหิตัสสะ มีฉวีวรรณงดงาม (ฉายรัศมี) ยังพระเชตวันให้สว่างไปทั่ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นเข้าไปถึงแล้ว ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง แล้วกราบทูลถามพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในที่สุดโลกใด สัตว์ไม่เกิดไม่แก่ไม่ตาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka