Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 279

เล่ม มมร. 35 หน้า 279 ข้อ 100
ประกาศธรรมหลายปริยาย เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดเผยของที่ปิด บอกทาง แก่คนหลงทางหรือส่องตะเกียงในเวลามืดให้คนมีตาดีได้เห็นรูปต่าง ๆ ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าขอถึงพระโคดมผู้เจริญกับพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอพะระโคดมผู้เจริญทรงจำข้าพระพุทธเจ้าไว้ว่าเป็นอุบาสกถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้ไป. จบโปตลิยสูตรที่ ๑๐ จบอสุรวรรคที่ ๕ จบทุติยปัณณาสก์ อรรถกถาโปตลิยสูตร พึงทราบวินิจฉัยในโปตลิยสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า กาเลน ความว่า ตามกาลอันควรอันเหมาะ. บทว่า ขมติ คือชอบใจ บทว่า ยทิทํ ตตฺร ตตฺร กาลญฺญุตา ความว่า การรู้จัก กาลในสถานที่นั้น ๆ ท่านแสดงว่า การรู้กาลนั้น ๆ แล้วกล่าวติคนที่ควรติ และกล่าวชมคนที่ควรชม เป็นปกติของบัณฑิตทั้งหลาย. จบอรรถกถาโปตลิยสูตรที่ ๑๐ จบอสุวรรควรรณนาที่ ๕ จบทุติยปัณณาสก์ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อสุรสูตร ๒. ปฐมสมาธิสูตร ๓. ทุติยสมาธิสูตร ๔. ตติย- สมาธิสูตร ๕. ฉวาลาตสูตร ๖. ราคสูตร ๗. นิสันติสูตร ๘. อัตตหิต- สูตร ๙. สิกขาสูตร ๑๐. โปตลิยสูตร และอรรถกถา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka