Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 667

เล่ม มมร. 36 หน้า 667 ข้อ 316
ในวินัยของพระอริยเจ้า ผู้ใดไม่มีศรัทธา ไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ พอกพูนบาปกรรม กระทำกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต ย่อมปรารถนา ย่อมดำริว่า คนเหล่าอื่น อย่ารู้จักเรา พอกพูนบาปกรรมในที่นั้น ๆ อยู่ บ่อย ๆ ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราตถาคตย่อมกล่าวว่า เป็นทุกข์เหมือน อย่างนั้น เขาผู้บาปกรรม มีปัญญาทราม ทราบความชั่วของตนอยู่ เป็นคนจน มี หนี้สิน เลี้ยงชีวิตอยู่ย่อมเดือดร้อน ลำดับ นั้น ความดำริที่มีในใจ เป็นทุกข์เกิดขึ้น เพราะความเดือนร้อนของเขา ย่อมติดตาม เขาที่บ้าน หรือที่ป่า เขาผู้มีบาปกรรม มีปัญญาทราม ทราบความชั่วของตนอยู่ ย่อมเข้าถึงกำเนิดดิรัจฉานบางอย่าง หรือ ถูกจองจำในนรก ก็การจองจำนั้นเป็นทุกข์ ที่นักปราชญ์หลุดพ้นไปได้. บุคคลผู้ยังใจให้เลื่อมใส ให้ทานด้วย โภคทรัพย์ทั้งหลายที่ได้มาโดยชอบธรรม ย่อมเป็นผู้ยึดถือชัยชนะไว้ได้ในโลกทั้งสอง ของผู้มีศรัทธาอยู่ครองเรือน คือ เพื่อประ โยชน์เกื้อกูลในปัจจุบัน และเพื่อความสุข ในสัมปรายภพ การบริจาคของคฤหัสถ์ดัง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka