Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 668

เล่ม มมร. 36 หน้า 668 ข้อ 316
กล่าวมานั้นย่อมเจริญบุญ ผู้ใดมีศรัทธา ตั้งมั่น มีใจประกอบด้วยหิริ มีโอตตัปปะ มีปัญญาและสำรวมในศีล ในวินัยของพระ อริยเจ้าผู้นั้น แลเราเรียกว่ามีชีวิตเป็นสุข ในวินัยของพระอริยเจ้า ฉันนั้นเหมือนกัน เขาได้ความสุขที่ไม่มีอามิส ยังอุเบกขา (ในจตุตถฌาน) ให้ดำรงมั่น ละนิวรณ์ ๕ ประการ เป็นผู้ปรารภความเพียรเป็นนิตย์ บรรลุฌานทั้งหลาย มีเอกัคคตาจิตปรากฏ มีปัญญารักษาตัว มีสติ จิตของเขาย่อม หลุดพ้นโดยชอบ เพราะทราบเหตุใน นิพพานเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ตาม ความเป็นจริง เพราะไม่ถือมั่นโดยประการ ทั้งปวง หากว่าเขาผู้มีจิตหลุดพ้นโดยชอบ คงที่อยู่ในนิพพาน เป็นที่สิ้นไปแห่งกิเลส เป็นเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ ย่อมมี ญาณหยั่งรู้ว่า ความหลุดพ้นของเราไม่ กำเริบไซร้ ญาณนั้นแลเป็นญาณชั้นเยี่ยม ญาณนั้นเป็นสุขไม่มีสุขอื่นยิ่งกว่า ญาณ นั้นไม่มีโศก หมดมัวหมองเป็นญาณเกษม สูงสุดกว่าความไม่มีหนี้. จบอิณสูตรที่ ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka