กล่าวมานั้นย่อมเจริญบุญ ผู้ใดมีศรัทธา
ตั้งมั่น มีใจประกอบด้วยหิริ มีโอตตัปปะ
มีปัญญาและสำรวมในศีล ในวินัยของพระ
อริยเจ้าผู้นั้น แลเราเรียกว่ามีชีวิตเป็นสุข
ในวินัยของพระอริยเจ้า ฉันนั้นเหมือนกัน
เขาได้ความสุขที่ไม่มีอามิส ยังอุเบกขา
(ในจตุตถฌาน) ให้ดำรงมั่น ละนิวรณ์ ๕
ประการ เป็นผู้ปรารภความเพียรเป็นนิตย์
บรรลุฌานทั้งหลาย มีเอกัคคตาจิตปรากฏ
มีปัญญารักษาตัว มีสติ จิตของเขาย่อม
หลุดพ้นโดยชอบ เพราะทราบเหตุใน
นิพพานเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ตาม
ความเป็นจริง เพราะไม่ถือมั่นโดยประการ
ทั้งปวง หากว่าเขาผู้มีจิตหลุดพ้นโดยชอบ
คงที่อยู่ในนิพพาน เป็นที่สิ้นไปแห่งกิเลส
เป็นเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ ย่อมมี
ญาณหยั่งรู้ว่า ความหลุดพ้นของเราไม่
กำเริบไซร้ ญาณนั้นแลเป็นญาณชั้นเยี่ยม
ญาณนั้นเป็นสุขไม่มีสุขอื่นยิ่งกว่า ญาณ
นั้นไม่มีโศก หมดมัวหมองเป็นญาณเกษม
สูงสุดกว่าความไม่มีหนี้.
จบอิณสูตรที่ ๓