Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 680

เล่ม มมร. 36 หน้า 680 ข้อ 320
แล้วหลีกไป ครั้นเมื่อท่านเขมะและท่านพระสุมนะหลีกไปแล้วไม่นาน พระผู้มี- พระภาคเจ้าได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรทั้งหลาย ย่อมพยากรณ์อรหัตผลอย่างนี้แล กล่าวแต่เนื้อความ และไม่น้อมตนเข้าไป ส่วนว่าโมฆบุรุษบางพวกในธรรมวินัยนี้ เหมือนจะร่าเริงพยากรณ์อรหัตผล เขาเหล่านั้นย่อมถึงความทุกข์ในภายหลัง. พระขีณาสพทั้งหลาย ไม่น้อมตน เข้าไปเปรียบบุคคลที่ดีกว่า ไม่น้อมตน เข้าไปเปรียบบุคคลที่เลวกว่า ไม่น้อมตน เข้าไปเปรียบบุคคลที่เสมอกัน มีชาติสิ้น แล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ประพฤติ เป็นผู้หลุดพ้นจากสังโยชน์. จบเขมสุมนสูตรที่ ๗ อรรถกถาเขมสุมนสูตร พึงทราบวินิจฉัยในเขมสุมนสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า วุสิตวา ได้แก่ ผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว. บทว่า กตกรณีโย ได้แก่ ผู้ทำกิจที่ควรทำด้วยมรรค ๔ แล้วอยู่. บทว่า โอหิตภาโร ได้แก่ ผู้ปลงขันธภาระ กิเลสภาระ และอภิสังขารภาระลงแล้วอยู่. บทว่า อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ความว่า พระอรหัตเรียกว่า ประโยชน์ ของตน ผู้บรรลุประโยชน์ของตนนั้น. บทว่า ปริกฺขีณภวสํโยชโน ความว่า ผู้มีกิเลสเครื่องผูกสัตว์ไว้ในภพสิ้นแล้ว. บทว่า สมฺมทญฺา วิมุตฺโต ความว่า หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้โดยชอบ คือ โดยเหตุ โดยการณะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka