Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 681

เล่ม มมร. 36 หน้า 681 ข้อ 320
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปฏิเสธมานะ ๓ มีมานะว่า เราดีกว่าเป็นต้น (อันเป็นของมีอยู่) ของปุถุชนผู้ดีกว่า (บุคคลอื่น) แม้ด้วยบทว่า ตสฺส น เอวํ โหติ อตฺถิ เม เสยฺโยติ วา เป็นต้น. เพราะว่า พระขีณาสพไม่มีมานะว่า คนที่ดีกว่าเรายังมีอยู่ คนที่เสมอ กับเรายังมีอยู่ คนที่เลวกว่าเรายังมีอยู่. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปฏิเสธมานะ ๓ เหล่านั้นนั่นแล แม้ด้วยบทว่า นตฺถิ เม เสยฺโย เป็นต้น. เพราะว่า พระขีณาสพไม่มีมานะอย่างนี้ว่า เรานี่แหละดีกว่าเขา เราเสมอกับเขา เรา เลวกว่าเขา ไม่มีบุคคลอื่นที่ดีกว่าเป็นต้น. บทว่า อจิรปกฺกนฺเตสุ ความว่า เมื่อพระเขมะกับพระสุมนะพยากรณ์ อรหัตผล แล้วหลีกไปได้ไม่นาน. บทว่า อญฺํ พฺยากโรนฺติ ได้แก่ กล่าวถึงอรหัตผล. บทว่า หสมานกา มญฺเ อญฺํ พฺยากโรนฺติ ความว่า พูดเหมือนหัวเราะ. บทว่า วิฆาตํ อาปชฺชนฺติ ได้แก่ ประสบทุกข์. ในบทว่า น อุสฺเสสุ นโอเมสุ สมตฺเต โนปนียฺยเร นี้ มีอธิบายว่า บทว่า อุสฺสา ได้แก่ บุคคลผู้ที่เขายกย่อง คือ บุคคลผู้ประเสริฐกว่าเขา. บทว่า โอมา ได้แก่ บุคคลผู้เลวกว่าเขา. บทว่า สมตฺโต ได้แก่ บุคคลผู้เสมอกันกับเขา. บรรดาบุคคลผู้ประเสริฐกว่าเขา เลวกว่าเขา และ เสมอกับเขาทั้ง ๓ จำพวกนี้ พระขีณาสพ อันมานะย่อมนำเข้าไปไม่ได้ คือ ไม่เข้าใกล้ อธิบายว่า ไม่เข้าถึงมานะ. บทว่า ขีณา สญฺชาติ ได้แก่ ชาติของพระขีณาสพเหล่านั้นสิ้นแล้ว. บทว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ ได้แก่ มรรคพรหมจรรย์ อันพระขีณาสพอยู่จบ แล้ว. บทว่า จรนฺติ สญฺโชนวิปฺปมุตฺตา ความว่า พระขีณาสพทั้งหลาย เป็นผู้หลุดพ้นจากสังโยชน์ทั้งปวงเที่ยวไป. พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสถึงพระ- ขีณาสพทั้งในพระสูตร ทั้งในคาถา. จบอรรถกถาเขมสุมนสูตรที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka