Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 832

เล่ม มมร. 36 หน้า 832 ข้อ 377
ละได้แล้ว และเธอเป็นผู้มีสิกขาอันได้ศึกษาแล้วในไตรสิกขานี้ เมื่อนั้นภิกษุนี้ เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ได้ทำที่สุดทุกข์ เพราะละมานะได้โดยชอบ. จบภาวสูตรที่ ๑๐ ๑๑. ตัณหาสูตร ว่าด้วยตัณหาและมานะ [๓๗๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ และมานะ ๓ ควรละ ตัณหา ๓ เป็นไฉน ? คือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ตัณหา ๓ นี้ ควรละ มานะ ๓ เป็นไฉน ? คือ ความถือตัวว่าเสมอเขา ๑ ความถือตัวว่า เลวกว่าเขา ๑ ความถือตัวว่าดีกว่าเขา ๑ มานะ ๓ นี้ควรละ ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย เมื่อใดแล ตัณหา ๓ และมานะ ๓ นี้ย่อมเป็นธรรมชาติอันภิกษุละ ได้แล้ว เมื่อนั้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ ได้แล้ว ได้กระทำที่สุดทุกข์เพราะละมานะได้โดยชอบ. จบตัณหาสูตรที่ ๑๑ จบอานิสังสวรรคที่ ๕ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปาตุภาวสูตร ๒. อานิสังสสูตร ๓. อนิจจสูตร ๔. ทุกขสูตร ๕. อนัตตสูตร ๖. นิพพานสูตร ๗. ปฐมอโนทิสสูตร ๘. ทุติยอโนทิสสูตร ๙. ตติยอโนทิสสูตร ๑๐. ภาวสูตร ๑๑. ตัณหาสูตร และอรรถกถา. จบทุติยปัณณาสก์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka