เรื่องนั้น ทรงตระเตรียมว่า เราจะไปวันนี้ พรุ่งนี้ พวกเจ้าลิจฉวี
พร้อมเพรียงร่าเริงมาเสียก่อนเก็บเอาไปหมด.
พระเจ้าอชาตศัตรู เสด็จมาทีหลัง ทรงทราบเรื่องนั้นเข้า
ก็ทรงพระพิโรธแล้วเสด็จกลับไป. แม้ในปีต่อไป เจ้าลิจฉวีเหล่านั้น
ก็ทรงกระทำเหมือนอย่างนั้นนั่นแหละ ครั้งนั้นแล พระเจ้าอชาต-
ศัตรูกริ้วอย่างแรง ก็ได้กระทำอย่างนั้นในครั้งนั้น
ลำดับนั้น พระเจ้าอชาตสัตรู ทรงพระดำริว่า ชื่อว่า การรบ
กับคณะเจ้าลิจฉวี เป็นเรื่องหนัก การประหัตประหารกันอย่างไร้ผล
แม้ครั้งเดียวมีไม่ได้ จำต้องมีการปรึกษากับบัณฑิตผู้หนึ่งจึงทำการ
คงจะไม่ผิดพลาด แต่บัณฑิตที่เสมือนกับพระศาสดาไม่มี และ-
พระศาสดาก็ประทับอยู่ในพระวิหารใกล้ ๆ ไม่ไกล เอาละจะส่งคน
ไปทูลถาม ถ้าหากว่าเราไปเองจักมีประโยชน์ไร พระศาสดา
คงจักนิ่ง แต่เมื่อไม่มีประโยชน์ พระศาสดาจักตรัสว่า จะประโยชน์
อะไรด้วยการไปในที่นั้น. ท้าวเธอจึงส่งวัสสการพราหมณ์ไป.
พราหมณ์ไปกราบทูลเรื่องนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว. ด้วยเหตุนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า อถโข ราชา ฯลฯ อาปาเทสฺสามิ วชฺชีติ.
บทว่า ภควนฺตํ วีชมาโน ความว่า พระเถระตั้งอยู่ในข้อวัตร
ถวายงานพัดพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ความหนาวหรือความร้อน
หามีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงสดับ
คำของพราหมณ์แล้ว มิได้ทรงปรึกษากับพราหมณ์นั้น มีพระ-
ประสงค์ก็จะปรึกษากับพระเถระจึงตรัสว่า กินฺติ เม อานนฺท สุตํ
ดังนี้. คำนั้น มีเนื้อความกล่าวไว้แล้วทั้งนั้น