Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 61

เล่ม มมร. 37 หน้า 61 ข้อ 20
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำนี้ว่า เอกมิทาหํ เพื่อทรงประกาศ ความที่วัชชีธรรม ๗ ประการนี้ที่ทรงแสดงแก่เจ้าวัชชีทั้งหลาย มาก่อน. บทว่า กรณียา แปลว่า ไม่ควรทำ อธิบายว่า ไม่ควรถือเอา บทว่า ยทิทํ เป็นเพียงนิบาต. บทว่า ยุทฺธสฺส เป็นฉัฏฐีวิภัต ใช้ใน อรรถแห่งตติยาวิภัต. อธิบายว่า ใคร ๆ ไม่อาจยืดได้ด้วยการรบ ซึ่ง ๆ หน้า. บทว่า อญฺตฺร มิถุเภทา ความว่า เว้นการเจรจา การส่งบรรณาการมีช้าง ม้า รถ เงิน ทอง เป็นต้น กระทำการ สงเคราะห์กันด้วยกล่าวว่า อลํ วิวาเทน อย่าวิวาทกันเลย บัดนี้ เราจักสามัคคีกัน กลมเกลียวกัน ชื่อว่า การเจรจากัน อธิบายว่า กระทำการสงเคราะห์อย่างนี้ ก็จะยืดเหนี่ยวน้ำใจกันไว้ได้ด้วยความ สนิทสนมอย่างเดียว บทว่า อญฺตฺร มิถุเภทา ได้แก่ เว้นการทำ ให้สองฝ่ายแตกกัน. ด้วยบทนี้ พระเจ้าอชาตสัตรูแสดงว่า ทำให้ แตกกันและกันแล้ว ก็จะจับเจ้าวัชชีเหล่านั้นไว้ได้. พราหมณ์ได้นัยเเห่งพระพุทธดำรัสแล้ว จึงกล่าวดังนี้. ก็ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า พราหมณ์ได้นัยแห่งพระดำรัสนี้ หรือ ? ใช้ทรงทราบ ถามว่า ก็เมื่อทรงทราบ เหตุไรจึงตรัส ตอบว่า เพื่อทรงอนุเคราะห์ นัยว่าพระองค์ได้มีพระดำริอย่างนี้ว่า แม้เมื่อ เราไม่กล่าว ๒ - ๓ วัน พระเจ้าอชาตสัตรูจักเสด็จไปจับเจ้าวัชชี ไว้หมด. แต่ครั้นเรากล่าวแล้ว พระเจ้าอชาตสัตรูต้องใช้เวลา ๓ ปี ทำลายพวกเจ้าลิจฉวีผู้สามัคคี จึงจักกลับได้ การมีชีวิตอยู่แม้เท้านี้ ก็ประเสริฐ จริงอยู่ เจ้าวัชชีเป็นอยู่เท่านี้ก็จักกระทำบุญอันเป็น ที่พึงแก่คนได้ บทว่า อภินนฺทิตฺวา แปลว่า บันเทิงแล้วด้วยจิต. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka