Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 65

เล่ม มมร. 37 หน้า 65 ข้อ 21
ประมาทแล้ว ย่อมทำคำสั่งสอนที่เป็นกองให้เสื่อมลง. ส่วนภิกษุ ทั้งหลาย ผู้ประชุมกันเนื่องนิตย์ ย่อมได้สดับเรื่องนั้น. ลำดับนั้น ก็ ส่งภิกษุสงฆ์ไปให้กระทำสีมาเสียให้ตรง ยังอุโบสถและปวารณา ให้เป็นไป ส่งภิกษุผู้ตั้งอยู่ในอริยวงศ์ไปในสถานที่อยู่ของพวกภิกษุ มิจฉาชีพ ให้สอนอริยวงศ์ให้ภิกษุเหล่าวินัยธร ลงนิคคหะแก่ภิกษุชั่ว ทั้งหลาย แม้ภิกษุชั่วทั้งหลายรู้ว่าสงฆ์ไม่เผลอเรอ พวกเราไม่อาจ เพื่อเที่ยวไปเป็นพวกเป็นหมู่ได้ ดังนี้แล้ว ก็แตกหนีกันไป. พึงทราบ ความเจริญและความเสื่อมในข้อนี้ด้วยอาการอย่างนี้. ในบทว่า สมคฺคา เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. พอเมื่อบุคคล ตีกลองหรือเคาะระฆังว่า สงฆ์จงประชุมกัน เพื่อชำระพระเจดีย์ หรือมุงเรือนโพธิ์โรงอุโบสถ หรือเพื่อประสงค์จะตั้งกติกาวัตร ภิกษุทั้งหลาย ทำความบ่ายเบี่ยงไปว่า เรามีจีวรกรรมอยู่ เราระบม บาตรอยู่ เรามีนวกรรมอยู่ ชื่อว่าไม่พร้อมเพรียงกันประชุม. ก็ ภิกษุทั้งหลายเว้นกรรมนั้นทั้งหมด ต่างรีบไปกันก่อน ประชุม พร้อมกัน ชื่อว่าพร้อมเพรียงกันประชุม. ส่วนภิกษุทั้งหลายประชุม กัน คิดปรึกษากันกระทำกิจที่ควรทำ ไม่พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม ทีเดียว ชื่อว่าไม่พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม. ด้วยว่าเมื่อภิกษุ ทั้งหลายเลิกประชุมกันด้วยอาการอย่างนี้ เหล่าภิกษุที่ไปถึงก่อน ย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า เราตั้งแต่นอกเรื่อง ส่วนภิกษุทั้งหลาย ผู้เลิกประชุมพร้อม ๆ กันนั่นแหละ ชื่อว่าพร้อมเพรียงกันเลิกประชุม อนึ่ง ภิกษุทั้งหลายสดับข่าวว่า สีมาวิหารในที่โน้นวุ่นวาย. อุโบสถปวารณายังตั้งอยู่ในที่โน้น พวกภิกษุชั่วกระทำเวชกรรม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka