เป็นต้นหนาแน่น เมื่อพระเถระกล่าวว่า ใครจักไปลงนิคคหะภิกษุ
เหล่านั้น ก็จะชิงกันพูดว่าผมก่อน ผมก่อนแล้วก็ไป ชื่อว่า พร้อมเพรียง
กันเลิกประชุม. อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย เห็นภิกษุอาคันตุกะ ไม่กล่าวว่า
ท่านจงไปบริเวณนี้ ท่านจงไปบริเวณนั่น พวกเราเป็นใคร ดังนี้
ทุกรูปกระทำวัตรบ้าง เห็นอาคันตุกะมีบาตรจีวรเก่า ก็แสวงหาบาตร
จีวร ด้วยภิกษาจารวัตร ถวายภิกษุอาคันตุกะนั้น แสวงคิลานเภสัช
(ยา) แก่ภิกษุอาคันตุกะอาพาธบ้าง ไม่พูดกะภิกษุอาคันตุกะ
ผู้อาพาธไม่มีที่พึ่งว่าจงไปบริเวณโน้น บำรุงอยู่ในบริเวณของตน ๆ
บ้าง. คัมภีร์ที่ยังบกพร่องคัมภีร์หนึ่ง ก็สงเคราะห์ภิกษุผู้มีปัญญา
ให้เธอยกคัมภีร์นั้นขึ้นบ้าง ชื่อว่าพร้อมเพรียงกันกระทำกิจที่ควร
กระทำของสงฆ์.
ในบทว่า อปฺปญฺตฺตํ เป็นต้นมีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. ภิกษุ
ทั้งหลาย ถือเอากติกาวัตรหรือสิกขาบทที่ไม่เป็นธรรมใหม่ ชื่อว่า
บัญญัติข้อที่มิได้ทรงบัญญัติ เหมือนภิกษุทั้งหลายในกรุงสาวัตถี
บัญญัติข้อที่ยังไม่ได้บัญญัติ ในเพราะเรื่องสันถัดเก่า ฉะนั้น.
ภิกษุทั้งหลายแสดงคำสอนนอกธรรม นอกวินัย ชื่อว่า
เพิกถอนข้อที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว เหมือนภิกษุวัชชีบุตร ชาวกรุง-
เวสาลี เพิกถอนข้อที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว ในเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า
เสด็จปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปีฉะนั้น อนึ่ง ภิกษุทั้งหลายจงใจละเมิด
อาบัติเล็กน้อย ชื่อว่า ไม่สมาทานประพฤติในสิกขาบททั้งหลาย
ตามที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว เหมือนภิกษุอัสสชิ และภิกษุปุนัพพสุกะ
ฉะนั้น. ส่วนภิกษุทั้งหลาย ผู้ไม่กระทำอย่างนั้น ชื่อว่า ไม่บัญญัติ