ชื่อว่า ปฏินิสสัคคานุปัสสี ผู้ตามเห็นความสละคืน เพราะประกอบ
ด้วยปฏินิสสัคคานุปัสสนานี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึง
บุคคลนั้น จึงตรัสอย่างนี้.
คำว่า น จ กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ ความว่า ภิกษุนั้น ย่อม
ไม่ยึด ไม่ถือเอา ไม่จับต้องธรรมชาติอะไร คือสังขารแม้อย่างหนึ่ง
ด้วยอำนาจตัณหา. คำว่า อนุปาทิยํ น ปริตสฺสติ ความว่า เมื่อไม่
ถือมั่น ย่อมไม่สะดุ้ง เพราะความหวาดสะดุ้งด้วยอำนาจตัณหา. บทว่า
ปจฺจตฺตํเยว ปรินิพฺพายติ ความว่า ย่อมปรินิพพานด้วยกิเลสปรินิพพาน
ด้วยตนทีเดียว. ก็ปัจจเวกขณญาณของภิกษุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงแสดงโดยนัยเป็นต้นว่า ขีณา ชาติ ชาติสิ้นแล้ว ดังนี้. ดังนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้า ถูกพระมหาโมคคัลลานะ. ทูลถามถึงปฏิปทา
อันเป็นส่วนเบื้องต้น ของพระขีณาสพโดยย่อแล้ว จึงตรัสโดยย่อ
เหมือนกัน. แต่พระสูตรนี้ แห่งพระโอวาท เป็นทั้งวิปัสสนา
สำหรับพระเถระ พระเถระนั้น เจริญวิปัสสนาในพระสูตรนี้
แล้วบรรลุพระอรหันต์ ดังนี้แล.
จบ อรรถกถาโมคคัลลานะสูตรที่ ๘