Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 391

เล่ม มมร. 37 หน้า 391 ข้อ 104
ฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนโกงบางคนในธรรมวินัยนี้ เป็นเช่นนี้ ก็มี นี้เป็นโทษของคนโกงประการที่ ๖. อีกประการหนึ่ง ภิกษุโจทก์ภิกษุด้วยกัน ภิกษุผู้เป็นจำเลย นั้น เมื่อถูกโจทก์ด้วยอาบัติกล่าวว่า ผมไม่ได้ต้องอาบัติเลย ๆ เธอใช้ความนิ่งให้อึดอัดใจสงฆ์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าว บุคคลนี้ เปรียบเหมือนม้าโกงที่นายสารถีเตือนว่า จงเดินไป ถูกแทง ด้วยประตักเตือนอยู่ ไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า ทั้งไม่ถอยหลัง ยืนเฉย เหมือนเสาเขื่อนอยู่ตรงนั้นนั่นเอง ฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนโกงบางคนในธรรมวินัยนี้ เป็นเช่นนี้ก็มี นี้เป็นโทษของตนโกง ประการที่ ๗. อีกประการหนึ่ง ภิกษุโจทก์ภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุผู้เป็นจำเลย นั้น เมื่อถูกโจทก์ด้วยอาบัติ ย่อมกล่าวว่า ทำไมหนอ ท่านผู้มีอายุ ทั้งหลายจึงชอบหาเรื่องในตัวผมนัก บัดนี้ ผมกำหนดบอกคืนสิกขา ลาเพศแล้ว เธอบอกคืนสิกขาลาเพศแล้ว พูดอย่างนี้ว่า บัดนี้ ขอท่านผู้มีอายุทั้งหลายจงเบาใจเถิด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าว บุคคลนี้เปรียบเหมือนม้าโกงที่นายสารถีเตือนว่า จงเดินไป ถูกแทง ด้วยประตักเตือนอยู่ คุกเท้าหน้า เท้าหลัง ลงนอนทับเท้าทั้ง ๔ ฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนโกงบางคนในธรรมวินัยนี้ เป็นเช่นนี้ก็มี นี้เป็นโทษของคนโกงประการที่ ๘ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนโกง ๘ จำพวก และโทษของคนโกง ประการนี้แล. จบ ขฬุงคสูตรที่ ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka