Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 466

เล่ม มมร. 37 หน้า 466 ข้อ 120
บทว่า เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ความว่า ได้ยินว่า พระเถระบวชแล้ว เป็นผู้ได้สมาบัติในภายในพรรษาก่อนเพื่อน ให้เกิดทิพยจักษุที่สามารถให้เห็นพ้นโลกธาตุได้. ท่านได้ไปยังสำนัก ของพระสารีบุตรเถระ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านพระสารีบุตร ในที่นี้ ข้าพเจ้าเห็นพ้นโลก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุมนุษย์. ก็ความเพียรอันข้าพเจ้าปรารภแล ไม่ย่อหย่อน สติอันข้าพเจ้าตั้งมั่น แล้ว ไม่หลงลืม กายสงบไม่กระสับกระส่าย จิตตั้งมั่นมีอารมณ์ เดียว ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น จิตของข้าพเจ้า ยังไม่หลุดพ้นจากอาสวะ ทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่นดังนี้. ลำดับนั้น พระสารีบุตรเถระกล่าว กะท่านว่า ดูก่อนท่านอนุรุทธะความคิดอันใดแล ที่มีอยู่แก่ท่าน อย่างนี้ว่า ข้าพเจ้ามองเห็น ฯลฯ ด้วยทิพยจักษุดังนี้ ความคิดของ ท่านนี้เป็นมานะ. ดูก่อนท่านอนุรุทธะ ความคิดแม้ใดของท่านที่มี อยู่อย่างนี้ว่า ก็ความเพียร อันข้าพเจ้าปรารภแล้ว ฯลฯ มีอารมณ์ เดียว ความคิดอันนี้ของท่านก็เป็นอุทธัจจะ ความคิดแม้ใด ของท่าน ที่มีอยู่อย่างนี้ว่า ก็แลเมื่อเป็นเช่นนั้น จิตของข้าพเจ้ายังไม่หลุดพ้น จากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น ความคิดของท่านก็เป็นกุกกุจจะ ดีละ ท่านอนุรุทธะ จงละธรรม ประการเหล่านี้เสีย ไม่ใส่ใจ ธรรม ๓ ประการเหล่านี้ จงน้อมจิตเข้าไปเพื่อสมณธรรม ดังนี้ พระเถระบอกกรรมฐานแก่ท่านด้วยประการฉะนี้. ท่านรับกรรมฐาน แล้ว ทูลลาพระศาสดาไปยังเจดีย์รัฐกระทำสมณธรรม ยับยั้งอยู่ ด้วยการจงกรมเป็นเวลาครึ่งเดือน. ท่านลำบากกาย เพราะกรากกรำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka