นิปฺปปญฺจารามสฺส ความว่า ผู้ยินดียิ่งในบท คือนิพพาน กล่าว
คือธรรมที่ปราศจากความเนิ่นช้า เพราะเว้นจากธรรมเครื่องเนิ่นช้า
คือ ตัณหา มานะ และทิฏฐิ. คำนอกนี้เป็นไวพจน์ของบทว่า
นิปฺปปญฺจารามสฺส นั้นนั่นแหละ. บทว่า ปญฺจารามสฺส ได้แก่
ผู้ยินดียิ่งในธรรมเครื่องเนิ่นช้าตามที่กล่าวแล้ว. คำนอกนี้เป็น
ไวพจน์ของบทว่า ปปญฺจารามสฺส นั้นนั่นแหละ.
บทว่า ยโต แปลว่า ในกาลใด. บทว่า ตโต แปลว่า
ในกาลนั้น. บทว่า นานารตฺตานํ ความว่า ย้อมแล้วด้วยเครื่องย้อม
ต่าง ๆ อันมีสีเขียง สีเหลือง สีแดง และสีขาว. บทว่า ปํสุกูลจีวรํ
ได้แก่ ผ้าบังสุกุลที่ (ตั้ง) อยู่ใน ๒๓ เขต. บทว่า ยายิสฺสติ ความว่า
เมื่อคฤหบดีนั้นห่มผ้าที่ตนเปรารถนาในสมัยมีเวลาเช้าเป็นต้น หีบ
ใส่ผ้านั้นย่อมปรากฏเป็นของน่าพอใจ ฉันใด แม้เมื่อเธอยินดีอยู่
ด้วยมหาอริยวงศ์ คือสันโดษด้วยจีวร ผ้าบังสุกุลจีวรจักปรากฏ
คือ จักเข้าไปปรากฏ ฉันนั้น. บทว่า รติยา แปลว่า เพื่อประโยชน์
แก่ความยินดี. บทว่า อปริตสฺสาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่ความ
ได้สะดุ้งเพราะตัณหาและทิฏฐิ. บทว่า ผาสุวิหาราย ได้แก่ เพื่อ
ความอยู่เป็นสุข. บทว่า โอกฺกมนาย นิพฺพานสฺส ได้แก่ เพื่อต้องการ
หยั่งลงสู่อมตนิพพาน.
บทว่า ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ ได้แก่ โภชนะ คือคำข้าวที่ตน
อาศัยกำลังแข้งเที่ยวไปตามลำดับ เรือน ในคาม นิคม และราชธานี
ได้มา. บทว่า ขายิสฺสติ ความว่า จักปรากฏเหมือนโภชนะมีรสเลิศ
ต่าง ๆ ของคฤหบดีนั้น. บทว่า สนฺตุฏฺสฺส วิหรโต ความว่า