Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 470

เล่ม มมร. 37 หน้า 470 ข้อ 120
ผู้สันโดษอยู่ด้วยมหาอริยวงศ์ คือความสันโดษด้วยบิณฑบาต. บทว่า รุกฺขมูลเสนาสนํ ขายิสฺสติ ความว่า เสนาสนะ คือโคนไม้ ย่อม ปรากฏเหมือนเรือนยอดที่หอมตลบไปด้วยธูปหอมและเครื่องอบ กลิ่นดอกไม้บนปราสาท ๓ ชั้น ของคฤหบดีนั้น. บทว่า สนฺตุฏฺสฺส ได้แก่ สันโดษด้วยมหาอริยวงค์ คือ ความสันโดษด้วยเสนาสนะ. บทว่า ติณสนฺถรโก ได้แก่ เครื่องลาดที่ลาดด้วยหญ้าหรือไม้ ที่พื้นดินหรือที่แผ่นกระดานและแผ่นหินอย่างหนึ่ง. บทว่า ปูติมุตฺตํ ความว่า มูตรอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ที่ถือเอา ในขณะนั้น ท่านก็เรียกว่า มูตรเน่าเหมือนกัน เพราะมีกลิ่นเหม็น. บทว่า สนฺตุฏฺสฺส วิหรโต ได้แก่ ผู้สันโดษด้วยความสันโดษด้วย คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรง ตรัสพระกรรมฐานใส่ไว้ในพระอรหัตในฐานะ ๔ เมื่อทรงรำพึงว่า กรรมฐานจักเป็นสัปปายะแก่อนุรุทธะผู้อยู่ในเสนาสนะไหนหนอ ทรงทราบว่า อยู่ในที่นั้นนั่นแหละ จึงตรัสคำมีอาทิว่า เตนหิ ตฺวํ อนุรุทฺธ ดังนี้. บทว่า ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต ความว่า ผู้สงัดด้วยวิเวก ๓ อยู่ บทว่า อุยฺโยชนิกปฏิสํยุตฺตํ ความว่า อันเกี่ยวด้วยถ้อยคำอันควรแก่ การส่งกลับไป. อธิบายว่า กิริยาที่ลุกขึ้นและกิริยาที่เดินไปของคน เหล่านั้นนั่นแหละ. บทว่า ปปญฺจนิโรเธ ได้แก่ ในบทคือพระนิพพาน. บทว่า ปกฺขนฺทติ ความว่า ย่อมแล่นไปด้วยสามารถแห่งการทำ ให้เป็นอารมณ์. แม้ในบทว่า ปสีทติ เป็นต้น พึงทราบความเลื่อมใส ความตั้งมั่น และความหลุดพ้น ด้วยสามารถแห่งอารมณ์นั่นแหละ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka